กังวาล ทองเนตร

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา Pohthaiblogspot.com

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

จุดเด่นจุดด้อยของระบอบประชาธิปไตย


โครงสร้างอำนาจในส่วนการเมืองการปกครอง

 รูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตย มีทั้งหมด 3 รูปแบบดังนี้

  1. แบบประธานาธิบดีแบ่งแยกอำนาจ (อเมริกาเป็นต้นแบบ )
  2. แบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา        (ฝรั่งเศสเป็นต้นแบบ)
  3. แบบรัฐสภา                                       (อังกฤษต้นแบบ )

  • รูปแบบประธานาธิบดีแบบอเมริกา ต้นแบบอย่างอเมริกา ประชาชนเลือกประธานาธิบดีโดยอ้อม ผ่านคณะเลือกตั้ง และคณะเลือกตั้งไปเลือกประธานาธิบดีอีกชั้น
  • รูปแบบนี้ อำนาจอธิปไตย แบ่งแยกขาดจากกัน กล่าวคือ สภาไม่สามารถตรวจสอบประธานาธิบดีได้ เว้นแต่กรณีทำผิดศีลธรรมร้ายแรง ( Impeachment ) ในขณะที่ประธานาธิบดีก็ไม่สามารถยุบสภาได้เช่นกัน
  • รูปแบบนี้ไม่มีนายกรัฐมนตรี
  • ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ
  • ประธานาธิบดีเป็นประมุขฝ่ายบริหาร
  • ประธานาธิบดีแต่งตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง
  • ประธานาธิบดีไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสภา กรณีกฎหมายไม่ผ่านสภา
จุดเด่นของรูปแบบนี้
  • มีความรวดเร็ว
  • มีความมั่นคง
  • อำนาจไม่ก้าวก่ายกัน
  • ประธานาธิบดีมีอำนาจมาก
  • มีความต่อเนื่องในเชิงการบริหาร
จุดด้อยของรูปแบบนี้
  • ประธานาธิบดีมีอำนาจมากเกินไป ถ้าใช้อำนาจนั้นโดยขาดศีลธรรมจรรยาจะเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะการถืออำนาจและสามารถสั่งการการใช้อำนาจอยู่ในมือคนคนเดียวมากเกินไป



โครงสร้างอำนาจในส่วนการเมืองการปกครอง
รูปแบบกึ่งประธานาธิบดีกึ่งรัฐสภา

เป็นรูปแบบผสม เป็นการสังเคราะห์เอาข้อดีระหว่างรูปแบบรัฐสภาและประธานาธิบดีนำมารวมกัน ซึ่งฝรั่งเศส คิดรูปแบบการปกครองรูปแบบนี้ขึ้นมา ในสมัยสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 โดยมีชาร์ลส์ เดอ โกลล์ เป็นประธานาธิบดี 

ทั้งนี้เพราะไม่ว่าผู้ใดจะมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ก็ทำให้เกิดความวุ่นวาย มีข้อขัดแย้งมากและต้องยุบสภาบ่อย รัฐบาลหรือรัฐสภาต้องออกจากตำแหน่งและมีการเลือกตั้งใหม่อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เสียงบประมาณ ดังนั้นนักรัฐศาสตร์และนักนิติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสจึงได้พัฒนารูปแบบการปกครองโดยผสมผสานกันระหว่างระบอบรัฐสภาและระบอบประธานาธิบดี ทั้งนี้ได้มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส พ.ศ. 2493 และมีการแก้ไขในปี พ.ศ. 2505 
  • รูปแบบนี่้ประชาชนเลือกประธานาธิบดี
  • ประธานาธิบดีเลือกนายกฯ
  • นายกฯเลือกคณะรัฐมนตรี โดยผ่านการเห็นชอบของประธานาธิบดี
  • ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ
  • ประธานาธิบดีเป็นประมุขฝ่ายบริหาร
  • นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่คล้ายผู้ช่วยประธานาธิบดี และมีบทบาทน้อยมาก
  • ประธานาธิบดีมีอำนาจยุบสภาได้



 โครงสร้างอำนาจในส่วนการเมืองการปกครอง

รูปแบบรัฐสภา

  • รูปแบบนี้ ประมุขแห่งรัฐมี 2 ประเภท คือ แบบประธานาธิบดีก็ได้ เช่น อินเดีย เยอรมัน สิงคโปร์ ฯลฯ และมีกษัตริย์เป็นประมุข เช่น อังกฤษ ไทย มาเลเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น
  • มีนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขหรือหัวหน้าฝ่ายบริหาร
  • ประชาชนเลือกสมาชิกสภาผู้แทนฯเป็นรัฐสภา
  • รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรี
  • นายกรัฐมนตรีจัดตั้งคณะรัฐบาล
  • นายกรัฐมนตรีมีอำนาจยุบสภา
  • รัฐสภามีอำนาจตรวจสอบนายกรัฐมนตรีได้
  • สำหรับของประเทศไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านรัฐสภา รัฐบาล และตุลาการภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

จุดอ่อนของระบอบรัฐสภาคือ

  • ขาดเสถียรภาพ ไม่เป็นเอกภาพ 

ดังนั้นตามครรลองของรูปแบบนี้ จึงไม่สามารถ แยกขาด สองอำนาจคือ นิติบัญัติ (รัฐสภา ) และ บริหาร (รัฐบาล) ออกจากกันโดยสิ้นเชิงได้ เพราะรัฐบาลจะเป็นรัฐบาลได้ ต้องประกอบด้วยเสียงจากรัฐสภาที่เป็นเสียงข้างมาก จึงจะสามารถเป็นรัฐบาลได้

  • เมื่อมือของ ส.ส.ในรัฐสภามีผลอย่างมากต่อการมีเสถียรภาพหรือไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล เป้าหมายแรกของการนำไปสู่การถือครองอำนาจรัฐ จึงเป็นที่นั่งในสภา พรรคการเมืองต่างๆจึงแย่งชิงเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลขในสภาให้มากที่สุด เพื่อเป้าหมายการถือครองอำนาจรัฐ ด้วยวิธีการต่างๆ
  • จุดอ่อนของระบบรัฐภานี้ก็คือ ความไม่มีเอกภาพ ขาดเสถียรภาพ โดยหลักการของตัวมันเอง
  • เมื่อรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อสภา กรณีกฎหมายของรัฐบาลไม่ผ่านสภา จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ ส.ส.ไม่มีสิทธิในการออกเสียงอย่างเป็นอิสระ การออกเสียงในแต่ละครั้งจะเป็นไปภายใต้ มติร่วมของรัฐบาล ผ่าน คณะกรรมการที่เรียกว่า วิปรัฐบาลนั่นเอง

จุดเด่นคือ

  • หลักการถ่วงดุลย์อำนาจ


โครงสร้างอำนาจในส่วนการเมืองการปกครอง

กังวาล ทองเนตร รัฐศาสตร์ภาควิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น