123ne.blogspot.com

กังวาล ทองเนตร

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา Pohthaiblogspot.com

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

กำเนิดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย








 เป็นภาพการก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย


  • อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2483 ที่ถนนราชดำเนินกลาง ปากทางเข้าถนนดินสอ บรรจบกับถนนประชาธิปไตย กรุงเทพมหานคร 
  • อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ 24 มิถุนายน 2475 
  • อนุสาวรีย์นี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 240,000 บาท    ลักษณะอนุสาวรีย์มีปีก 4 ด้านดังนี้
  • อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีเสาปีก 4 ด้าน มีความสูง 24 เมตร รัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 ซึ่งเป็นวันทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร

  • พานรัฐธรรมนูญ สูง 3 เมตร อยู่บนป้อมกลางอนุสาวรีย์ หมายถึงเดือน 3 หรือเดือน มิถุนา เดือนที่ทำการเปลี่ยนแปลง ( สมัยก่อน ไทยจะนับ เดือนเมษายนเป็นเดือน หนึ่ง และเป็นปีใหม่  เดือน มิถุนายนจึงเป็นเดือน สาม )
  • รอบฐานอนุสาวรีย์ มีปืนใหญ่โบราณ ฝังคว่ำหน้าลง รอบ อนุสาวรีย์ จำนวน 75 กระบอก หมายถึง ปี 2475 ปีที่ทำการเปลี่ยนแปลง
  • ภาพดุนนูนที่ปรากฎโดยรอบของปีกทั้งสี่ด้าน หมายถึงประวัติของคณะราษฎร ที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง
  • และมีพระขรรค์ทั้ง 6 ซึ่งประดับโดยรอบป้อมกลางที่ตั้งพานรัฐธรรมนูญ หมายถึง หลักการเปลี่ยนแปลงของคณะราษฎร 6 ประการ
  1. หลักเอกราช
  2. หลักความสงบภายใน
  3. หลักสิทธิเสมอภาค
  4. หลักเสรีภาพ
  5. หลักเศรษฐกิจ
  6. หลักการศึกษา

อนุสาวรีย์นี้ จอมพล ป. ( แปลก ) พิบูลสงคราม เป็นผู้กระทำพิธีเปิด




คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพต้นฉบับ


















สะพายกล้องท่องกรุง (ตอนที่4 ) กระทรวงกลาโหม




คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพต้นฉบับ


























ด้านล่างนี้เป็นด้านหลังศาลฎีกาสนามหลวง ฝั่งคลองหลอด





สะพายกล้องท่องกรุง (ตอนที่3)วัดพระแก้วมรกต



พระบรมมหาราชวัง





























ยักษ์วัดพระแก้ว  มี  ๑๒ ตนครับ

ตัวที่ ๑      ชื่อสุริยาภพ   กายสีแดงชาด  
                       บุตรท้าวจักรวรรดิ   แห่งกรุงมลิวัน
ตัวที่ ๒     ชื่ออินทรชิต   กายสีเขียว  
                       บุตรทศกัณฐ์   แห่งกรุงลงกา
ตัวที่ ๓     ชื่อมังกรกัณฑ์  กายสีเขียว  
                       บุตรพญาขร  พญายักษ์แห่งโรมคัล
ตัวที่ ๔    ชื่อวิรุฬหก  กายสีขาบหรือสีน้ำเงินแก่  
                      พญารากษส  แห่งมหาอันธกาลนคร
ตัวที่ ๕     ชื่อทศคิรีธร  กายสีหงดิน  หรือสีหม้อใหม่  
                       ปลายจมูกเป็นงวงช้าง  
                       บุตรทศกัณฐ์กับนางช้างท้าวอัศกรรณมาลาสูร  
                       เจ้าเมืองดุรัม  ขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม
ตัวที่ ๖      ชื่อทศคิรีวัน  กายสีเขียว  
                       ปลายจมูกเป็นงวงช้าง  
                       บุตรทศกัณฐ์  พี่น้องฝาแฝดกับทศคิรีธร
ตัวที่ ๗     ชื่อจักรวรรดิ  กายสีขาว  
                       พญายักษ์ผู้ครองกรุงมลิวัน
ตัวที่ ๘     ชื่ออัศวมารา  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอัศวกรรณมาราสูร                          
                       กายสีม่วงแก่  พญายักษ์ครองเมืองดุรัม
ตัวที่ ๙     ชื่อทศกัณฐ์  หรือพญาราพณ์  กายสีเขียว  
                      พญายักษ์เจ้ากรุงลงกา  
                      คู่ศึกของพระรามในเรื่องรามเกียรติ์
ตัวที่ ๑๐   ชื่อสหัสเดชะ  กายสีขาว  
                      พญารากษส  ครองเมืองปางตาล
ตัวที่ ๑๑   ชื่อมัยราพณ์  กายสีม่วงอ่อน  
                      พญายักษ์ครองเมืองบาดาล
ตัวที่ ๑๒   ชื่อวิรุฬจำบัง  กายสีมอหมึก  หรือสีขาวเจือดำ  
                       พญายักษ์ครองเมืองจารึก
































เวลาทำการ

  • ทุกวัน 08.30-15.30 น. คนไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติ 200 บาท

กิจกรรม-เทศกาล 

  • วันอาทิตย์ เทศนาธรรม 13.00 น.
  • วันพระ: เทศนาธรรม 09.00 น. และ13.00 น.
  • มัคคุเทศน์ 10.00 น. และ 14.00 น.
ข้อห้าม
  • ห้ามถ่ายรูปในพระอุโบสถ การแต่งกาย
  • ผู้ชาย: ห้ามใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ
  • ผู้หญิง: ห้ามใส่เสื้อกล้าม ใส่เสื้อไม่มีแขนกางเกงสามส่วน รองเท้าแตะ









ด้านล่างจะเป็นวัดโพธิ์ซึ่งอยู่ติดกับวัดพระแก้ว


บรรดารถทัวร์นำเที่ยวต่างๆที่นำลูกทัวร์มาลงที่วัด จะจอดรถที่ด้านข้างวัดโพธิ์ท่าเตียน


















 มีตาก กกน.ด้วย





หาเวลาหาโอกาสไปเยี่ยมชมกันครับ และติดตามตอนที่ 4กันต่อด้วยครับ