กังวาล ทองเนตร

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา Pohthaiblogspot.com

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

หุ้นคือมายาภาพ

 





  • ผมจะชี้ขุมทรัพย์ ให้สำหรับนักลงทุนทั้งมือเก่า แต่ไปไม่ถึงไหน และมือใหม่ที่หัวยังกลวงๆ แต่ฝันเห็นแต่เงินล้าน ให้ได้นำไปใช้ประโยชน์

ในภาพนี้คือกาแฟ กาแฟชัดๆ ไม่ว่าจะยกแก้วนี้ไปถามใคร มันก็จะตอบว่ากาแฟ ซึ่งไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูก

เพราะคนเราจะตอบตามประสบการณ์ ตามตาเห็น ตามองค์ความรู้ที่ตนเองมีอยู่ ซึ่งกาแฟแก้วนี้ ก็เหมือนกับ กระดานทิกเกอร์ ที่ใครมอง ถามใคร มันก็ตอบว่า กระดานซื้อขายหุ้น

  • การเทรดหุ้นให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องมองสิ่งที่คุณเห็น แต่ไม่เป็นสิ่งที่คุณเห็นให้ได้ก่อน ความรู้นี้ ผมสอนคนมามากพอสมควร ที่จริงในบทความก่อนหน้านี้ก็เคย

เราต้องใช้ความรู้ระดับอภิปรัชญา หรือ ปรมัตถ์ มามองมาวิเคราะห์ ผนวกกับความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ ที่เราประยุกต์มาให้เข้ากัน มาจับ เราจึงจะพบว่า อ๋อ มันไม่ใช่กาแฟ

ตามวิชาอภิปรัชญา สิ่งที่เราเห็นว่ามันคือกาแฟ เขาเรียกว่า ความจริงขั้นสมมุติ 

คือมันมีความจริงอยู่ มีตัวตนอยู่จริง และกองอยู่ตรงหน้าเรานั้น แต่เราไม่รู้ว่า แท้จริง มันคือสิ่งใด เขาจึงเรียกมันว่า ความจริง ขั้นสมมุติ คือ สมมุติ ไว้ก่อนว่ามันคือ กาแฟ หรือ มันคือน้ำ

จากนั้นเราค้นหาคำตอบ นำกาแฟแก้วนี้มาศึกษา มาแยกส่วนออก เราจะพบว่า มันมีน้ำ เป็นตัวหลัก มี กาแฟ มีน้ำตาลทราย มีนมข้น มีนมสด นมจืด นมหวาน ก็แล้วแต่จริต มีครีมเทียม มีน้ำผึ้ง อาจมีน้ำปลา หรือผงชูรสด้วย ใครจะรู้ จริตใครมัน

ดังนั้น กาแฟ 1 แก้ว ที่เราเห็น มันจึงไม่ใช่แค่กาแฟแล้ว แต่มันมีอย่างอื่นอีก

กาแฟที่ตาเราเห็นนี่เองคือ ข้อมูลดิบที่เราได้รับมา เรียกว่า ดาต้า Data 

  • มาเมื่อเราแยกให้เห็นเป็นน้ำตาล เป็นอะไรออกมาได้ เรียกขั้นนี้ว่า สารสนเทศ information และขั้นนี้ ในวิชาอภิปรัชญาเรียกมันว่า ความจริงขั้นสมมุติ จากนั้น นำ น้ำไปแยกย่อยหาโมเลกุล หรือสารประกอบใน อะตอมของมัน จะพบว่า ไอ้ที่เรียกว่าน้ำ มันไม่ใช่น้ำ มันคือ H2O คือไฮโดรเยน 2ส่วน ออกซิเยน 1 ส่วน เมื่อนำ สาร 2ชนิดนี้นำมารวมกัน ในสัดส่วนเท่าเดิม มันจะกลายเป็นของเหลว ที่เราเรียกมันว่าน้ำ (ความจริงขั้นสมมุติ ) แต่เมื่อเราแยกน้ำ ออกมาจนเห็นความจริงว่า มันคือ H2O และนำวิธีการนี้ไปให้คนอื่นทำตาม ก็ได้ผลลัพธ์ตรงกัน ทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกที่ไหนในโลก ก็ตรงกัน 
  • H2O จึงเป็นขั้นความรู้ หรือ Knowledge  หรือ อภิปรัชญา หรือ ความจริงอันประเสริฐ หรือความจริงอันสูงสุด หรือ ปรมัตถ์ นั่นเอง และเราก็ทำแบบนี้ กับ ไอ้ที่เป็นเมล็ดกาแฟ ทำแบบนี้กับไอ้ที่เรียกว่า น้ำตาล นม ผงชูรส ก็ว่าไป ทำให้จนพบความจริง และเป็นความจริงที่สูงสุดแล้ว เราจะได้ ปรมัตถ์ นี่คือการประยุกต์ ความรู้ อภิปรัชญามาเทรดหุ้น มาหาหุ้น



  • จากนั้น ปรับหรือประยุกต์ ความรู้เศรษฐศาสตร์ มาใช้ร่วมกันอีก เราจะพบว่า วิชาเศรษฐศาสตร์ เขาเรียก กาแฟแก้วนี้ว่า 

 " สินค้าร่วม " หมายถึง คนที่กินกาแฟดำ เพียวๆ ก็มี แต่มีน้อย ส่วนคนกินกาแฟ ผสมครีมเทียม ผสมน้ำตาล นมข้น นมสด น้ำปลา น้ำผึ้ง มะนาว ก็มี เราไม่สนมันว่าใครจะกินอย่างไร

เราสนมันเพียงว่า กาแฟ คือ ตัวหลัก อย่างอื่นที่อยู่ในแก้วกาแฟคือสินค้าร่วม ดังนั้น เมื่อประยุกต์มาใช้กับการเทรดหุ้น เราก็ต้องหา สินค้าตัวหลัก หรือ กาแฟนี้ให้เจอก่อน เมื่อคุณเจอกาแฟ คุณจะเจอครีมเทียม น้ำตาลทราย นมสด นมข้น ตามมา เป็นหางว่าว

คุณเห็นกาแฟขึ้นมา คุณซื้อกาแฟไม่ทัน แต่คุณรู้ว่า ในแก้วกาแฟมีอะไรบ้าง แล้วมันราคายังไม่ขึ้น คุณก็ดักซื้อหุ้นกลุ่มนั้น เพราะมันคือสินค้าที่ใช้ร่วมกัน ไม่มีใครจะซื้อครีมเทียม มาเทกินกับข้าว เพียงลำพัง มันต้องใช้ร่วมกับสินค้าอื่น คุณอ่านออกคุณก็ชนะตลอดไป

เห็น น้ำมันขึ้น น้ำมันก็คือกาแฟ แล้วอะไรคือครีมเทียม คือน้ำตาล หาให้เจอ ใช้ ปรมัตถ์ค้นหาความจริง เราจะเจอตัวตนมันจริงๆ ไม่ถูกขาใหญ่หลอก


วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563

ราชวงศ์ไทยที่ครองราชนานที่สุด



ราชวงศ์ไทยราชวงศ์ใดที่ครองราชย์ได้ยาวนานที่สุด


  • นับแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัยเป็นต้นมา
ราชวงศ์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดและไล่ลงไปจากมากสุดหาน้อยสุดดังนี้

  1. ราชวงศ์จักรี เป็นราชวงส์ที่ครองราชยาวนานที่สุด จากปี พ.ศ.2325 นับถึงปัจจุบัน 2563 รวม238 ปี
  2. ราชวงศ์พระร่วงแห่งอาณาจักสุโขทัย เป็นอันดับ 2 จาก พ.ศ.1792-1981 รวม 189 ปี 
  3. ราชวงศ์สุพรรณภูมิ 178ปี ปกครอง 2ครั้ง ครั้งแรกปกครอง 18 ปี คือจาก พ.ศ.1913-1931 แล้วถูกโค่นล้มโดยราชวงศ์ อู่ทอง จากนั้นกลับมาชิงอำนาจคืน จากราชวงศ์อู่ทอง และปกครองยาวนานถึง 160 ปี จาก พ.ศ.1952-2112 รวมสองสมัยเป็น 178 ปี
  4. ราชวงศ์บ้านพลูหลวง 79 ปี จากปี พ.ศ.2231-2310 ปี
  5. ราชวงศ์สุโขทัย ปกครอง 61 ปี จากปี พ.ศ.2112-2172 มีกษัตริย์ 7 พระองค์
  6. ราชวศ์ปราสาททอง ปกครอง 58 ปี จาก พ.ศ.2172-2231 มีกษัตริย์ 4 พระองค์
  7. ราชวงศ์อู่ทอง ปกครอง สองครั้ง ครั้งแรก 20ปี จาก พ.ศ.1893-1913มีกษัตริย์ 2 พระองค์ และสมัยที่สอง ปกครอง 21 ปี จากปี พ.ศ.1931-1952 สิริรวม 41 ปี
  8. สมัยกรุงธนบุรี (ไม่มีชื่อราชวงศ์) ปกครอง 15ปี จาก พ.ศ.2310-2325 สิ้นสุดราชวงศ์
ราชวงศ์ที่มีกษัตริย์จำนวนมากที่สุดตามลำดับมากไปน้อยได้แก่

  1. ราชวงศ์สุพรรณภูมิ มีกษัตริย์ทั้งสิ้น 13พระองค์
  2. ราชวงศ์จักรี มีพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น นับถึงปัจจุบัน (2563 ) 10พระองค์
  3. ราชวงศ์พระร่วง มีทั้งสิ้น 9 พระองค์
  4. ราชวงศ์สุโขทัยมีทั้งสิ้น 7 พระองค์
  5. ราชวงศ์บ้านพลูหลวงมีทั้งสิ้น 6 พระองค์
  6. ราชวงศ์ปราสาททองมีทั้งสิ้น 4 พระองค์
  7. ราชวงศ์อู่ทอง มีทั้งสิ้น 3 พระองค์
  8. สมัยกรุงธนบุรี มี 1 พระองค์
ส่วนราชวงศ์ที่ปกครองสั้นที่สุด คือสมัยธนบุรี (ไม่มีชื่อราชวงศ์ )โดยพระเจ้าตากสินมหาราช ปกครองจาก 2310-2325 รวม 15 ปี

กังวาล ทองเนตร ภาควิชาการปกครองคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง





วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ที่มาของรัฐธรรมนูญไทย 20ฉบับ





นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 โดยคณะราษฎร ตราบจนปัจจุบัน กันยายน พ.ศ.2563 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 20 ฉบับ โดยผมได้จำแนกแยกย่อยที่มาของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ ออกให้เห็นทั้งหมด ดังนี้


มาจาก ส.ส.ร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 6ฉบับดังนี้



1. แม้จะยังไม่เรียกว่า ส.ส.ร คือใช้คำว่า กรรมการยกร่าง มี9คนก็คือร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่2ใช้แทนฉบับที่1ของคณะราษฎร

2. ส.ส.ร.ชุดที่2
ซึ่งครั้งนี้เรียกชื่อว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรก จำนวน40คน มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่5เพื่อใช้แทนฉบับที่4 (2490,ใต้ตุ่ม)

3. ส.ส.ร.ชุดที่3
 จำนวน240คนมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่8เพื่อใช้แทนฉบับที่7(2502)ที่มาจากยึดอำนาจโดยสฤษดิ์

4.ส.ส.ร.ชุดที่4
จำนวน99คนมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่16(2540)

5. ส.ส.ร.ชุดที่5
แต่งตั้งโดย คมช.จำนวน100คนมาร่างฉบับที่18

6. ส.ส.ร.ชุดที่6
แต่งตั้งโดย คสช.มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่20 (ฉบับปัจจุบัน)



รัฐธรรมนูญที่ร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มี 6 ฉบับ

  • ฉบับที่ 2ชื่อรัฐธรรมนูญคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475
  • ฉบับที่ 5 รัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492
  • ฉบับที่ 8 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
  • ฉบับที่ 16 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
  • ฉบับที่ 18 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
  • ฉบับที่ 20รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560


มาจากวิธีการอื่นๆ 4 ฉบับดังนี้

  • มาจาก ส.ส.หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 เสนอร่างแล้วให้สภา อนุมัติ 1 ฉบับคือ ฉบับ ที่ 3
ชื่อรัฐธรรมนูญคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 (สมัยนี้ ผู้แทนราษฎรมี 2 ประเภท )

  • มาจากสมัชชาแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการยกร่าง 24 คน ยกร่างแล้วเสนอคณะรัฐมนตรีและสภาอนุมัติ 1 ฉบับคือ ฉบับคือฉบับที่ 10 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517

  • มาจาก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ตั้งกรรมการยกร่างและอนุมัติ 2ฉบับคือ
ฉบับที่ 13 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 และ
ฉบับที่ 15 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534



มาจากคณะยึดอำนาจและคณะรัฐประหารโดยตรง และคณะเปลี่ยนแปลงการปกครอง 10 ฉบับดังนี้
  • ฉบับที่ 1พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 มาจากคณะราษฎร
  • ฉบับที่ 4 (ใต้ตุ่ม )รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยชั่วคราว พุทธศักราช 2490มาจากคณะรัฐประหารนำโดย จอมพล ผิน ชุณหวัณ (บิดาพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ )
  • ฉบับที่ 6 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 มาจากจอมพล ป.(นายกฯ ) เสนอให้สภาอนุมัติ
  • ฉบับที่ 7 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 มาจากคณะยึดอำนาจที่ใช้ชื่อว่า คณะปฏิวัติ นำโดย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
  • ฉบับที่ 9 ธรรมนูญปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 มาจาก คณะปฏิวัติโดยจอมพล ถนอม กิตติขจร
  • ฉบับที่ 11 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 มาจากคณะปฏิวัติ นำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ประกาศใช้
  • ฉบับที่ 12รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2520 มาจากการยึดอำนาจซ้ำ นำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่
  • ฉบับที่ 14 ธรรมนูญปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 มาจาก คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์
  • ฉบับที่ 17 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยชั่วคราว พุทธศักราช 2549 มาจากคณะปฏิรูปการปกครอง (คมช.) นำโดย พล.อ สนธิ บุญยรัตกลิน
  • ฉบับที่ 19รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยชั่วคราว พุทธศักราช 2557 มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา
รวมทั้งสิ้น 20 ฉบับ

เรากำลังจะเดินไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.ชุดที่7 เพื่อจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่21เพื่อจะได้ฉีกทิ้งเพื่อที่จะได้ตั้ง ส.ส.ร ชุดที่8+++++ไปอีกจนเมื่อไหร่
นี่คือ ลัทธิรัฐธรรมนูญConstitutionalism.แข่งกันร่างแข่งกันฉีกอยู่ร่ำไปอย่างนั้นหรือ ???


กังวาล ทองเนตร ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง