กังวาล ทองเนตร

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา Pohthaiblogspot.com

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2556

กำเนิดศาสนาตริสต์


ความเป็นมาของศาสนาคริสต์

  • เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในดินแดน เมโสโปเตเมีย ซึ่งอยู่ระหว่าลุมน้ำไทกริส และยูเฟตีส มีหน้าหน้าเผ่าชื่อ อับราฮัม ซึ่งอ้างตนว่าได้รับโองการจากพระเจ้าให้พวกพรรคพวกย้ายจากถิ่นฐานเดิมไปอยู่ในดินแดน คานาอัน  ( อิสราเอล ) โดยพระเจ้าจะได้กำหนดให้ชนเผ่านี้ผู้เผ่าที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ( อับราฮัมได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของชาวยิว )


  • การที่พระเจ้าจะเลือกและสัญญาว่าจะช่วยอับราฮัมและตระกูลให้ยิ่งใหญ่ จึงเท่ากับเป็นการเกิด พันธสัญญาขึ้นระหว่างพระเจ้า กับชนชาติยิว ด้วยเหตุนี้ในเวลาต่อมาจึงได้เรียกคัมภีร์ของศาสนา ยูดาย และคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่า พันธสัญญา


  • ต่อมา เมืองคานาอัน เกิดความแห้งแล้งขึ้น ชาวยิวจึงได้อพยพ ที่อียิปต์ และถูกอียิปต์ใช้ให้เป็นทาส ได้รับทุกข์ทรมาน ลำบาก ยากแค้น จึงคิดที่จะอพยพกลับไปยัง คานาอัน ถิ่นฐานเดิม โดยพระเจ้าทรงมีโองการให้ชาวยิวคนหนึ่งชื่อ โมเสส เป็นหัวหน้า นำชาวยิวทั้งหมด กลับคืนสู่ คันนาอัน แต่ อียิปต์ไม่ยอม และได้ส่งกองทหารออกติดตามไล่ล่ากวาดล้าง เพราะคิดว่าชาวยิวจะก่อกบฎขึ้น จนไปถึงทะเลแดง ด้วยอำนาจของพระเจ้า โมเสส ได้แยกนำออกจากกัน ทำให้ชาวยิวเดินข้ามทะเลแดง หนีข้ามไปได้


  • หลังจากนั้นพระเจ้าได้มอบบัญญัติ 10 ประการให้แก่ โมเสส เพื่อนำมาประกาศให้ชาวยิวเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิต


  • โมเสส ได้รับการยกย่องให้เป็นศาสดา แห่งศาสนายูดาย และ หลักบัญญัติ 10 ประการ จึงถือเป็นหลักคำสอนของศาสนายูดาย (  ยิว ) นี้ด้วย และต่อมาถูกนำมาเป็นหลักของศาสนาคริสต์


  • เมื่อชนชาวยิว กลับมาถึงคานาอัน และได้ตั้งอาณาจักร คานาอัน ขึ้น มีความเจริญรุ่งเรืองในบางยุคสมัย และตกต่ำสุด จนกลายเป็นเมืองขึ้นของ อาณาจักรอื่น เช่น ตกอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักร บาบิโลเนีย ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีป เอเซีย และหายสาบสูญไปแล้ว


  • ในยุคที่อาณาจักรโรมันเรืองอำนาจ คานาอันของชาวยิว ก็ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของ โรมันอีกอย่างยาวนาน และถูกกดขี่ข่มเหงอย่างหนักจาก โรมัน


  • ชาวยิวมีความเชื่อในคำทำนายของศาสดาว่า ความทุกข์ยากทั้งหลายของชาวยิว จะถูกปลดเปลื้องลง โดยบุคคลคนหนึ่งที่พระเจ้าจะส่งมาช่วย บุคคลนี้เรียกว่า เมสสิอาห์ ( Mesiah ) ซึ่งจะมาไถ่บาปให้กับชาวยิว ทำให้ชาวยิวผู้ถูกกดขี่ รอคอย เมสสิอาห์ ผู้จะมาปลดเปลื้องความทุกข์ให้กับพวกเขา


  • ต่อมาเมื่อ พระเยซูประสูติ ชาวยิวบางกลุ่มจึงเชื่อว่า พระเยซู ก็คือ เมสสิอาห์ นั่นเอง ( เมสสิอาห์ เป็นภาษายิว แปลว่า คริสต์ ในภาษากรีก
  • ชาวยิวที่มีความเชื่อ เรื่อง เมสสิอาห์ จึงถูกเรียกว่า ชาวคริสต์  แต่ก็ยังมีชาวยิวบางกลุ่มที่ไม่พอใจ เยซู จึงคิดหาทางกำจัดเสีย และเป็นเหตุให้ พระเยซู ถูกผู้ปกครองชาวโรมัน สั่งประหารชีวิตพระเยซู ด้วยการตรึงไม้กางเขนในเวลาต่อมา






ชีวประวัติพระเยซู โดยสังเขป

  • พระเยซู มีเชื้อชาติยิว ชาวคริสต์ถือกันว่าวันประสูตของพระเยซูคือ วันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ.1 ( นับคริสตศักราช ที่ 1 ตั้งแต่วันเกิดของพระเยซู ) ซึ่งในขณะที่เกิด ค.ศ. 1 ศาสนาพุทธ ก็ได้เจริญรุ่งเรืองมาแล้ว 543 ปี โดยศาสนาพุทธจะนับ พ.ศ. 1 เมื่อ พระพุทธเจ้า ปรินิพพาน คือ 80 ปี ดังนั้น ถ้าจะนับจากวันประสูตของพระพุทธเจ้าเป็น พ.ศ. 1 ก็ใช้ 543 + 80 = 623 ปี


  • แต่เมื่อชาวพุทธนับ พ.ศ. 1 เมื่อ พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ศาสนาพุทธจึงเกิดก่อนศาสนาคริสต์ 543 ปี ดังนั้น เมื่อเราต้องการ ทำ พ.ศ.ให้เป็น ค.ศ. จึงใช้เลข 543 มาลบ กับ ตัวเลข พ.ศ. ก็จะได้ ปี ค.ศ. ในทางตรงกันข้าม ถ้าต้องการทราบว่า ตัวเลข ค.ศ.นี้ ตรงกับ พ.ศ. อะไร ก็ใช้เลข 543 มาบวกเข้าก็จะได้ เลข พ.ศ. เช่นเดียวกัน


  • พระเยซู เป็นบุตรคนเดียวของโยเซฟ และมาเรีย ในตระกูลช่างไม้ และเติบโตขึ้นที่หมู่บ้าน นาซาเร็ธแขวง กาลิลี ทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล
  • และเป็นยุคที่กษัตริย์ผู้โหดร้ายครองเมืองพระนาม เฮโรด ซึ่งได้รับการพยากรณ์ว่า จะมีผู้มีบุญมาเกิดที่เมืองเบธเลเฮ็ม จึงได้คิด ที่จะกำจัด 
  • โยเซฟและมาเรีย จึงได้พาบุตรชายหนีไปอยู่ที่อียิปต์ชั่วคราวจนปลอดภัยจึงอพยพกลับมายังหมู่บ้านเดิมอีกครั้งหนึ่ง พระเยซู ได้รับการเลี้ยงดูอย่างครอบครัวสามัญชนทั่วไป
  • เมื่ออายุได้ 12-18 ปี เยซูในออกท่องเที่ยวไปในดินแดนปาเลสไตน์( อิสราเอลในปัจจุบัน )
  • ช่วงเวลานี้ เยซูได้พบกับ จอห์น หรือ โยฮัน ( John the Baptism ) หมายถึง จอห์นผู้ให้ศีลจุ่ม
  • พระเยซูได้ผ่านพิธีศีลจุ่ม และได้เดินทางต่อไป และต่อมา จอห์น ถูกกษัตริย์ เฮโรด จับประหารชีวิต โทษฐานที่ให้ศีลจุ่มแก่พระเยซู 
  • พระเยซู จึงได้หลบหนีออกจากหมูบ้าน นาซาเร็ธ และออกเที่ยวสั่งสอนศาสนาตามหมู่บ้านต่างๆพระเยซู ได้สาวกมา รวม 12 คน
  • โดยสาวกคนแรกเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ศาสนา ชื่อ ซีมอน หรือ เปโตร โดยพระเยซูได้ตั้งชื่อ เปโตรให้ ซึ่งเป็นภาษากรีก แปลว่า ศิลา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เดฟาส ซึ่งตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า ปีเตอร์ ชาวคริสต์รู้จักในนาม นักบุญ เปโตร หรือ เซนต์ปีเตอร์
  • ส่วนสาเหตุที่พระเยซูมี สาวก 12 คน ก็สืบเนื่องมาจาก ชาวยิว นั้นมีอยู่ทั้งหมด 12 เผ่าพันธุ์
  • ซึ่งสาวกทั้ง 12 คนก็ได้ถูกส่งออกไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์แก่ประชาชน คำสอนของพระเยซู ก็เป็น เรื่องของจริยธรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเน้นทาง จรรยา มากกว่าพิธีกรรม
  • ซึ่งจะต่างจากคำสอนของโมเสส ศาสดาแห่งยูดาย หรือศาสนายิวที่เน้นในพิธีกรรม และการบูชาพระเจ้าเป็นหลัก เช่นบูชา ด้วย เลือด เนื้อวัว แพะ แกะ นกเขา นกพิราบ เป็นต้น




  •  ในขณะที่การเผยแผ่ศาสนากำลังรุ่งเรือง การกระทำดังกล่าวก้ไปขัดกับผลประโยชน์ของ ปุโรหิต ที่ดูแลวิหารคนหนึ่งซึ่งเคยได้รับประโยชน์จากการที่ชาวคริสต์มาประกอบพิธีกรรมในวิหาร ( พระเยซู ไม่เน้นพิธีกรรมแต่เน้นทางศิลธรรมจรรยา ) และผู้ปกครองชาวยิวในขณะนั้นก็คืออาณาจักรโรมัน ก็ไม่พอใจ รวมถึงนักบวชของยิว เองก็กลัวว่าพระเยซูจะแย่งเอาสาวกของตนเองไป ท่ามกลางความไม่พอใจ
  • ในที่สุด 3 ปี ต่อมา พระเยซู ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็น กบฎ และถูกผู้ปกครองโรมันสั่งลงโทษประหารชีวิตพระเยซูโดยการตรึงไม้กางเขนจนเสียชีวิตที่เนินเขา กอลโกธา ( Golgotha ) นอกกำแพงเมืองเยรูซาเล็ม รวมอายุได้ 33 ปี




  • ตามคติของชาวคริสต์ เชื่อว่าเพราะพระเจ้าทรงพระกรุณาต่อสัตว์โลกจึงประทาน พระบุตร ( พระเยซู )มาไถ่บาปให้แก่มนุษย์โลก





คัมภีร์ในศาสนาคริสต์

คัมภีร์ในศาสนาคริสต์ มีชื่อเรียกว่า พระคัมภีร์ไบเบิ้ล ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1.พันธสัญญาเดิม  ( Old Testament )


  • จารึกเป็นภาษาฮิบูร เป็นคัมภีร์ของศาสนาเดิมมาก่อน โดยพระเยซูได้ประกาศว่า พระองค์ไม่ประสงค์ที่จะล้มล้าง คำสอนของโมเสสแต่อย่างใด แต่ต้องการให้คำสอนเดิมสมบูรณ์ขึ้น 

ในเนื้อหาของพันธสัญญาเดิมจึงประกอบไปด้วย

  • ประวัติความเป็นมาของชาวยิว
  •  เรื่องพระเจ้าสร้างโลก
  •  ศาสดาพระยากรณ์
  •  คำสอนเรื่องพระยะโฮวา
  •  พระเมสสิอาห์ 
  • บัญญัติ 10 ประการ
  •  การอพยพข้ามทะเลแดง
  •  บทสวด 
  • บทสดุดี
  •  สุภาษิต
  •  และบทเพลง

2.พันธสัญญาใหม่ ( New Testament )
  • จารึกเป็นภาษากรีก ผู้แต่งคือ บรรดาอัครสาวก เนื้อหาประกอบไปด้วย
  • ประวัติและคำสอนของพระเยซู
  • การเผยแพร่ศาสนา
  • เรื่องราวของอัครสาวกและสาวก 
โดยบรรดาอัครสาวกได้อ้างว่าพระเยซูได้แต่งตั้งให้พวกตนทำหน้าที่ประกาศ พระวัจนของพระเจ้าแก่มวลมนุษย์


นิกายของศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์ได้แตกออกเป็นหลายนิกาย แต่มี่สำคัญมีดังนี้

1.นิกายโรมันคาทอลิก ( Roman Catholic ) 
  • นิกายนี้ส่วนใหญ่นับถือกันมากใน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมันนี ตอนใต้ สเปน โปรตุเกต ฟิลิปปินส์ และแถบ อเมริกาใต้
  • มีผู้นำสูงสุดของนิกายนี้เรียกว่า  พระสันตะปาปา ( Pope ) พำนักประจำอยู่ที่กรุง วาติกัน หรือนครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศ อิตาลี  ผู้ปกครอง รองลงมาจาก พระสันตะปาปา เรียกว่า คาร์ดินัล ( Cardinal )มีโบสถ์ที่สำคัญตั้งอยู่ที่ วาติกัน ชื่อโบสถ์ เซนต์ปีเตอร์ ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานแก่เซนต์ปีเตอร์ หรือ เปโตร

  • โดยชาวคาทอลิกเชื่อว่า หลักธรรมและศาสนาของตนนั้นสืบทอดมาจากพระเยซูโดยตรงตั้งแต่แรก โดยก่อนที่พระเยซูจะสิ้นได้มอบหมายให้นักบุญ เปโตร เป็นผู้สืบทอดและเผยแพร่ศาสนา และเมื่อสิ้น เปรโตร แล้วผู้ที่รับทอดสืบต่อมาก็คือ โป๊ป หรือ พระสันตะปาปานั่นเอง

2.นิกายออร์โธดอกซ์ ( Orthodox )
  •  นิกายนี้มีชื่อเรียกันต่อมาอีกหลายชื่อ เช่นกรีกออร์โธดอซ์ หรือ กรีกออร์โธดอกซ์ตะวันออก นับถือกันมากในประเทศ ไซปรัส โรมาเนีย บัลแกเรีย รัสเซีย และยุโรปฝั่งตะวันออก
  • และใน ค.ศ.324 จักรพรรดิ์แห่งอาณาจักร โรมัน พระนามว่า จักรพรรดิ์คอนสแตนติน ได้สร้างกรุงคอนสแตนติโนเปิล ขึ้น ( อิสตันบุล ประเทศตุรกี ปัจจุบัน ) ซึ่งถือว่าเป็นกรุงโรมแห่งใหม่
และในที่ประชุมรัฐสภาได้ประกาศให้ ผู้นำศาสนาที่ กรุงคอนสแนติโนเปิล มีอำนาจ เสมอเหมือนกับพระสันตะปาปาที่กรุงโรมเก่า ( นครรัฐวาติกัน อิตาลี )

ต่อมาเกิดแตกแยกในศาสนาคริสต์และมีการแตกออกเป็น 2 นิกายคือ
  • อาณาจักรโรมันตะวันตก เป็นนิกายโรมันคาทอลิก 
  • และอาณาจักรโรมันตะวันออกเป็นนิกาย ออร์โธดอกซ์ 
3.นิกายโปรเตสแตนต์ ( Protestant ) 
  • โปรเตสแตนต์มาจากคำว่า Protest แปลว่า คัดค้าน
  • ซึ่งเกิดจากบาทหลวงชาวเยอรมันคนหนึ่ง ชื่อ มาร์ติน ลูเธอร์ ( Martin Luther  8.L.1483-1546 )
  • มาร์ติน ลูเธอร์ ไม่เห็นด้วยกับทาง ศาสนจักร ที่มีการขายใบไถ่บาปให้กับคริสต์ศาสนิกชน จึงได้ออกมาคัดค้าน การขายใบไถ่บาปดังกล่าว และปฏิเสธไม่ยอมเชื่อฟังสันตะปาปา และต้องการเปลี่ยนแปลงพฺิธีกรรมบางอย่าง
  • มาร์ติน ลูเธอร์ มองว่า การฆ่าคนตาย แล้วมาจ่ายเงินเพื่อซื้อใบไถ่บาปเพื่อชดใช้โทษบาปมหันต์นั้น ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ การใช้โทษบาปด้วยเงินนี้ พระเยซูไม่ได้สอนเอาไว้ และมาร์ตินยืนยันว่าไม่มีระบุในพระคัมภีร์ใดๆอีกด้วย

  • มาร์ติน ลูเธอร์ ได้เขียนคำคัดค้าน มากถึง 95 ข้อและนำไปติดไว้ที่ประตูโบสถ์ในเมือง วิเตนเบิร์ก ซึ่งต่อมาได้รับความสนใจอย่างมาก และได้รับการตีพิมพ์กระจายต่อออกไปทั่วเยอรมัน
คำสอนของ ลูเธอร์ แยกได้เป็นนิกายย่อยอีกดังนี้

  • ลูเธอแรน ( Lutheran ) 
  • คาลวิน (Calvin )
  •  เพรสไบทีเรี่ยน ( Presbyterian ) 
  • แองกลิกัน Anglican หรือ Church of England 

Marin Luther


ความแตกต่างของแต่ละนิกายในศาสนาคริสต์

  • โรมันคาทอลิก เชื่อว่า พระเยซู มี 2 สภาวะ คือเป็นมนุษย์ กับเป็นพระเจ้า
  • ออร์โธดอกซ์ เชื่อว่า พระเยซู     มีทั้ง 2 สภาวะในร่างเดียวกัน คือทรงเป็นพระเจ้าในร่างของมนุษย์
  • โรมันคาทอลิกเชื่อว่าพระนางมาเรีย มารดาของพระเยซู เป็นแม่พระ
  • ออร์โธดอกซ์เชื่อว่า พระนางมาเรีย เป็นมนุษย์ธรรมดานี่เอง
  • โรมันคาทอลิก ยกย่องนักบุญ ( Saint ) ว่าเป็นผุ้ทำความดีพิเศษในศาสนา
  • ออร์โธดอกซ์ ไม่มีการพูดถึง และไม่มีการเคารพรูปปั้นของนักบุญ แต่เคารพบูชาภาพวาด 2 มิติเท่านั้น ซึ่งเป็นภาพแบบราบปิดทองประดับโมเสก 
  • โปเตสแตนต์เคารพเพียงไม้กางเขนเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีพระเยซูติดตรึงกางเขนอยู่
  • โรมันคาทอลิกยกย่องพระสันตะปาปาที่นครรัฐวาติกัน กรุงโรมว่าเป็นประมุขสูงสุด
  • ส่วนออร์โธดอกซ์  ยกย่อง แพทริอาร์ช ( Patriarch) ให้เป็นประมุขสูงสุด
  • โปรเตสแตนต์นับถือพระคัมภีร์เป็นสิ่งสูงสุด และให้ทุกคนมีสิทธิตีความคัมภีร์ตามศรัทธาของตนเองได้
  • โรมันคาทอลิก บาทหลวงต้องไม่แต่งงาน
  • ออร์โธดอกซ์ อนุญาตให้บาทหลวงชั้นผู้น้อยแต่งงานได้ ส่วนชั้น บิชอปขึ้นไปห้ามแต่งงาน
  • โปรเตสแตนต์ ไม่มีบาทหลวงแต่มีผู้เผยแพร่ศาสนา เรียกบคคลนี้ว่าศาสนาจารย์ สำหรับผู้มีอายุ ส่วนผู้ที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม เรียกว่า ศิษยาภิบาล
  • โรมันคาทอลิก เชื่อว่าเมื่อมนุษย์ตายวิญญาณจะแยกออกจากกาย ร่างกายจะเน่าเปื่อยไปตามสภาพ ส่วนวิญญาณ จะถูกรอคำพิพากษาจากพระเจ้า ตามบาปที่ตนเองก่อขึ้น บาปหนักตกนรก บาปน้อยจะไปยังไฟชำระเพื่อล้างบาปนั้นเสียก่อน ( Purgatory ) แล้วจึงไปสวรรค์ ส่วนผู้บริสุทธิ์จะไปสวรรค์ ที่ผู้บริสุทธิ์จะได้รับชั่วนิรันดร
  • ออร์โธดอกซ์ เชื่อว่าเมื่อมนุษย์ตายลง วิญญาณของผู้ตายจะรอรับคำพิพากษาพร้อมกัน ซึ่งจะมาถึงภายหลังวันสิ้นโลก โดยวิญญาณไม่ต้องไปที่ไฟชำระก่อน


 



หลักธรรมสำคัญของศาสนาคริสต์

บาปกำเนิด


  • ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ระบุว่า เมื่อพระเจ้าสร้างโลก และได้สร้างชายหญิงคู่หนึ่ง ชื่อ อาดัม กับ อีฟ หรือ อีวา และได้เนรมิตรสวน เอเดนให้มนุษย์ทั้งคู่อยู่อย่างมีความสุข
  • ต่อมามนุษย์ได้แอบกินผลไม้ต้องห้าม ( แอปเปิล ) จึงถูกพระเจ้าลงโทษให้มาตกระกำลำบาก
  • ซึ่งบาปของมนุษย์คู่นี้ได้ตกทอดมาถึงมนุษย์ทุกคนต่อมาอีกด้วย บาปนี้ จึงถูกเรียกว่า บาปกำเนิด ( Original Sin ) แต่พระเจ้าก็ยังคงเมตตาได้ส่งพระบุตรคือพระเยซูให้อวตารลงมายังโลกมนุษย์เพื่อไถ่บาปให้กับมนุษย์ได้หลุดพ้นจากความทุกข์นั้น และเพราะจิตใจของมนุษย์ยังไม่เข้มแข็งนั่นเองจึงต้องพึ่งพระเจ้าและพระบุตร เพื่อช่วยให้มีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น



หลักตรีเอกานุภาพ


  • ศาสนาคริสต์เชื่อว่ามีพระเจ้าเพียงองค์เดียวคือ พระยะโฮวา และในพระเจ้าองค์เดียวนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น อีก 3 ภาค


  1. พระบิดา หมายถึงพระเจ้าผู้สร้างโลกและทุกสิ่ง และเป็นนิรันดร
  2. พระบุตร  หมายถึงพระเยซู ซึ่งจุติมาเป็นมนุษย์ เพื่อช่วยให้มนุษย์ได้รับฟังคำสอนของพระเจ้า
  3. พระจิต หมายถึงพระเจ้าที่ปรากฎเป้นดวงวิญญาณของมนุษย์เพื่อเกื้อหนุนให้มนุษย์ประกอบกรรมดี
ความรัก

  • ศาสนาคริสต์ได้บัญญัติ เรื่องความรักเป็นที่สำคัญที่สุดของศาสนา หมายถึงการรักพระเจ้า ดังพระเยซูตรัสว่า จงรักพระเจ้าอย่างสุดใจ สุดความคิด สุดกำลัง และจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง

บัญญัติ 10 ประการ

บัญญัติ 10ประการนี้ ดังที่กล่าวมาแล้ว เป็นหลักธรรมเก่าของศาสนายูดายหรือศาสนายิว ซึ่งโมเสสเป็นผู้ได้รับจากพระเจ้า ซึ่งต่อมาศาสนาคริสต์ก็ได้ยอมรับบัญญัติ 10ประการนี้เป็นหนึ่งในหลักธรรมของศาสนาด้วยมีดังนี้
  1. จงนมัสการพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
  2. อย่าออกนามพระเจ้าโดยไม่สมเหตุผล
  3. จงนับถือวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์
  4. จงนับถือบิดามารดา
  5. อย่าฆ่าคน
  6. อย่าผิดประเวณี
  7. อย่าลักทรัพย์
  8. อย่านินทาว่าร้ายผู้อื่น อย่าเป็นพยานเท็จ
  9. อย่าคิดมิชอบ
  10. อย่ามีความโลภ
พิธีกรรมทางศาสนาคริสต์

พิธีกรรมทางศาสนาคริสต์ซึ่งเรียกว่าศีลศักดิ์สิทธิ์ มี 7 ข้อดังนี้

  1. ศีลล้างบาป โดยผู้ที่จะเข้ารีตเป็นคริสต์สานิกชนต้องเข้าพิธีแรกเพื่อรับเข้าเป็นสมาชิกของศาสนจักร โดยบาทหลวงจะทำพิธีเทน้ำลงบนศรีษะ 3 ครั้งเพื่อชำระล้างมลทินบาป ศีลนี้ใช้ในนิกายโปรเตสแตนต์ เรียกว่า ศีลจุ่มหรือศีลบัพติสม์ ( Baptism )
  2. ศีลกำลัง มุขนายกมิชซังจะทำพิธีโดยวางมือทั้งสองบนศรีษะเด็กโตแล้วเจิมด้วยน้ำมันที่หน้าผาก เป็นรูปไม้กางเขน แล้วประกาศตามพระคัมภีร์ ทำให้ผู้นั้นเป็นชาวคริสต์อย่างสมบูรณ์
  3. ศีลมหาสนิท จะทำในพิธีมิสซา  ชาวคริสต์ทุกคนต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ เพื่อระลึกถึงชีวิตและคำสอนของพระเยซู โดยพิธี จะเริ่มอดอาหาร 1 ชั่วโมงและสวดบทสวดต่างๆแล้วเดินไปคุกเข่าหรือยืนเพื่อรับศีล แล้วบาทหลวงจะส่งขนมปังชิ้นเล็กๆและเหร้าองุ่นให้ ซึ่งเปรียบเสมือนพระกายและพระโลหิตของพระเยซู และเข้าไปรับการเสกในตอนท้าย เรียกว่าศีลมหาสนิท คือผู้รับสนิทกับบาทหลวง
  4. ศีลแก้บาป พิธีกรรมนี้ชาวคริสต์จะกระทำขึ้นเมื่อสำนึกตนว่าได้กระทำบาป จึงมาสารภาพบาปและขออภัยต่อพระเจ้า ซึ่งบาทหลวงจะทำพิธี และบาปนั้นจะหมดไปเมื่อประกอบความดีชดเชย
  5. ศีลเจิมคนไข้  เป็นพิธีที่บาทหลวงประกอบขึ้นเพื่อ เจิมผู้ป่วยหนัก ป่วยเรื้อรัง ด้วยน้ำมัน เพื่อให้คนไข้รู้สึกว่าพระเจ้าอยู่กับเขา เป็นผู้ให้พลังและบรรเทาความป่วยไข้นั้น แต่หากเขาสิ้นชีวิตเขาจะไปอยู่กับพระเจ้า
  6. ศีลบวช เป็นพิธีกรรมที่มุขนายกมิซซังโปรดให้ชายผู้หนึ่งทำหน้าที่ผู้อภิบาลสัตบุรุษ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทำให้ผู้รับบวชเป็นบาทหลวง
  7. ศีลสมรส เป็นพิธีกรรมที่บาทหลวงเป็นประธานและเป็นพยานทาศาสนา ว่าชายหญิงคู่หนึ่งได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นสามีภรรยากัน จะรักและซื่อสัตย์ต่อกันทั้งในยามทุกข์และยามสุขให้เกียรติช่วยเหลือกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่
                 ติดตามอ่าน อาณาจักร ฮิบรู ได้   >>  >>   คลิกที่นี่

                                                           กังวาล ทองเนตร เรียบเรียง



มีเว็บมีบล็อกแล้วสมัครเป็นพันธมิตรโดยการติดโฆษณา-ข่าว
เพื่อสร้างรายได้กับ Yengo ได้ที่ลิงนี้ >> คลิกสมัครที่นี่






















วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิธีลงโปรแกรมวินโดว์7


สอนวิธีการลง Windows 7


ทำความเข้าใจกันก่อน

  • การลงวินโดว์ หรือระบบปฏิบัติการ อื่นๆ มีหลักการเดียวกันคือ
  • ระบบปฏิบัติการ เปรียบไปก็เหมือนกับถนน ที่จะมารองรับ รถยนต์ขนาดต่างๆที่จะนำมาวิ่งบนถนนนั่นเอง
  • รถยนต์ก็คือโปรแกรม หรือ ซอฟท์แวร์ ที่เรานำมาใช้งาน เช่น โฟโต้ชอป โปรแกรมสำนักงาน เป็นต้น
  • ดังนั้นรถยนต์จะวิ่งได้ดี วิ่งไม่ติดขัด ก็ขึ้นอยู่กับสภาพ หรือคุณภาพของถนนเป็นสำคัญ ถนนดีๆ รถก็วิ่งสะดวกส่งผลต่อการจราจร และผู้ขับขี่เกิดความสบายใจและมั่นใจในการใช้ถนน


  • ในเวลานี้ระบบปฏิบัติการถ้าเป็นของวินโดว์ก็ต้องเป็น วินโดว์ 7 เป็นอย่างต่ำครับ ไม่ต้องไปพูดถึง XP     เพราะตกยุคและกลายเป็นอดีตไปแล้ว


สิ่งที่เราจำเป็นต้องมี

การลงโปรแกรม แน่นอนที่สุดขาดไม่ได้ก็คือแผ่นโปรแกรมครับ ประกอบไปด้วย
  • แผ่นระบบปฏิบัติการวินโดว์ 7 หรือ วินโดว์ 8 แผ่นนี้บางทีเราก็เรียกว่าแผ่นฟอร์แมต เดี๋ยวจะได้รู้กัน
  • แผ่นซอฟท์แวร์อื่นๆที่เราต้องใช้งาน ถ้าไม่มีแผ่นแท้ก็แผ่นก๊อปแก้ขัดไปก่อนครับ แต่คุณภาพก็ตามราคานะครับต้องทำใจ 100 บาท มีตั้งแต่แผ่นฟอร์แมต และโปรแกรมเสริมในตัว แต่คุณภาพก็ 100 บาทครับแต่ก็เหมาะสำหรับมือใหม่ครับ




ก่อนลงโปรแกรม

เมื่อเรามีทุกอย่างพร้อมแล้ว ต่อมาเราต้องทำความรู้จักกับเครื่องคอมฯเราเสียก่อน

คอมที่เราจะลงจะมีอยู่ 2 กรณีคือ
  1. คอมใหม่แกะกล่องเลย อันนี้ไม่ยากครับจะขอข้ามไปก่อน
  2. คอมที่ใช้งานมาแล้ว
คอมที่ใช้งานมาแล้วนี่แหละครับคือปัญหา ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน 
  • ไม่ว่าจะเป็นติดไวรัส เปิดเครื่อง ไม่ได้เลย 
  • หรือเปิดแล้วไฟเข้าแต่จอดำ 
  • เปิดแล้วมองเห็นแต่วินโดว์แต่ไอคอนโปรแกมอื่นไม่ขึ้น
  • เปิดแล้วอาการเหมือนปกติทุกอย่าง แต่สั่งงานผ่านเม้าส์และคีย์บอร์ดไม่ได้เลย
  • เปิดแล้วหน้าจอเป็นสีฟ้าขึ้นภาษาต่างดาวมาแล้วดับไป
  • เปิดแล้วเครื่องรีสตาร์ท อย่างเดียว
  • เปิดแล้วไม่มีโหมด Safe Mode
อาการจิปาถะพวกนี้ครับที่เราต้องลงโปรแกรมใหม่ 
เริ่มแรกคอมของเราต้องเป็นรุ่นที่ไม่เก่าเกินไป และต้องมี สเป๊กซ์ขั้นต่ำตามนี้ครับ

  • มีความเร็ว และหน่วยความจำ 1 จิกกะเฮิร์ตซ์ ขึ้นไป
  • มีแรมขนาด 1 จิกกะเฮิร์ต ไม่ว่าจะเป็น 32 บิต หรือ 64 บิตก็ตาม
  • เบื้องต้นก็ประมาณนี้ครับถึงจะรองรับวินโดว์ 7-8 ได้

  • 1 Gigahertz (GHz) or faster 32-bit (x86) or 64-bit (x64) processor 
  • 1 Gigabyte (GB) RAM (32-bit) or 2 GB RAM (64-bit) 
  • 16 GB available hard disk space (32-bit) or 20 GB (64-bit) 
  • DirectX 9 graphics device with WDDM 1.0 or higher driver


วิธีการลง windows 7

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว มาลุยกันเลย

1. แผ่น windows 7 ตาม Edition ของท่าน

2. คอมพิวเตอร์ PC / Notebook

3. USB ถ้าหากต้องการ Load driver บางตัวสำหรับ Harddisk 


  • ถ้าเครื่องเราไม่มีปัญหาแต่ต้องการลงวินโดว์ใหม่จะเห็นภาพดังนี้ ตามรูปพิเศษ เมื่อใส่แผ่นวินโดว์เข้าไป


  • พิเศษ 1 (กรณีเครื่องไม่มีปัญหา แต่ลงวินโดว์ทับลงใหม่ ) จะขึ้นหน้าต่างให้เราคลิก Intall now



  • กรณีพิเศษ2 เครื่องจะกำลังแตกไฟล์เพื่อติดตั้งโปรแกรม


  • รูปกรณีพิเศษ3 เมื่อถึงขั้นตอนเลือก OS ก็จะโชว์ไดร์ชัดเจน อย่าสับสนนะครับผมนำมาให้ดูเผื่อมีผู้ต้องการจงลงวินโดว์ใหม่กรณีเครื่องเป็น วินโดว์รุ่นอื่นอยู่อยากปรับเป็นวินโดว์ 7ก็ลงได้เลยจะลงง่ายมากขั้นตอนหลังๆก็เหมือนกัน แตกต่างกันตรงขั้นตอนแรก ไม่ต้องไปบู๊ตหรือตั้งค่าไบออส ใส่แผ่นเข้าไปก็ เดินหน้าเลยตามภาพที่ผมนำมาให้ดูด้านบน



ทีนีมาลงแบบปกติที่เราต้องลง



วิธีการลงดังนี้

  • ถ้าเครื่องเรายังทำงานได้ให้ใส่แผ่นวินโดว์เข้าไป 
  • จากนั้นสั่งรีสตาร์ทเครื่องเพื่อบู๊ตเครื่องใหม่
  • ในจังหวะที่เครื่องกำลังรีสตาร์ทและกำลังเปิดขึ้นมาใหม่ ให้กดที่แป้นคีย์บอร์ด ที่ Del สำหรับเครื่องตั้งโต๊ะ 
  • และให้กดคีย์ F2 สำหรับโน๊ตบุ๊ค หรือกด F12-F10 เลยก็ได้ทั้ง 2 แบบ
  • เราจะเห็นหน้าต่างตามรูปที่ 1 หรือ รูปที่ 2 หรือต่างจากนี้นิดหน่อยตามแต่เครื่อง
  • ให้เราเลื่อนลูกศรที่คีย์บอร์ด มาวางไว้ที่ CD-DVD หรือ  CD-ROM คือให้เลือกที่แผ่น เราจะทำการไบออส แล้วกด Enter 



รูปที่ 1

รูปที่2


1. ใส่แผ่น Windows7 ลงใน CD-Rom จากนั้นทำการ Boot Computer 


  • เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวดังรูป ให้กด Enter 1ครั้งเพื่อเป็นการเข้าสู้หน้าต่างของการลง Windows7 
  • ในการปรับให้  Bios นั้น Boots จากแผ่่นเป็นอันดับแรก 
  • โดยส่วนมาก PC จะกด del / . เข้าไปทำการเซ็ตค่า 
  • Notebook ส่วนมากจะกด F2 หรือให้สังเกตดีๆตอนที่คอมพิวเตอร์ Boot มันจะบอกอยู่ ด้านล่างซ้ายของจอ
  • แต่ถ้าเราต้องการกดใช้ Boot menu เลย ทั้ง Notebook / pc ส่วนมากจะกด F12 , F10 ครับ 


2.เมื่อเรากด Enter แล้วจะเห็นเครื่องกำลังบู๊ต จากนั้นจะปรากฎหน้าต่างตามรูปที่ 3 นี้ ขึ้นมา



ให้เราตั้งค่าตามรูปที่ 3
รูปที่ 3
  • Language to install  :    English 
  • Time                         :   Thai  (Thailand) 
  • Keyboard                 :    US ให้เลือกเป็น US เท่านั้น
  • เมื่อตั้งค่าถูกต้องเรียบร้อย คลิกที่   Next จากนั้นจะเห็นหน้าต่างตามรูปที่ 4


รูปที่ 4

3. จากนั้นให้ทำการกด Install now 


และเราจะเห็นหน้าต่างในรูปที่ 5 ขึ้นมา เพื่อให้เราเลือก OS ที่เราจะใช้ลงวินโดว์ ให้เลือกตามรูปที่ 5



รูปที่ 5


4. ให้เราเลือก OS ที่เราต้องการลง โดยจะ มีทั้ง x86  ซึ่งก็คือ แบบ 32bit และ  , x64  (64 bit ) แนะนำว่าผู้ใช้ทั่วไปควรลง x86 และกด Next

จะปรากฎหน้าต่างตามรูปที่ 6 ขึ้นมา


รูปที่ 6
5. ให้เราติ้กเครื่องหมายถูกยอมรับเงื่อนไข Lincene ของ windows 7 

  • ติ๊ก(√) I accept the license > Next 
  • จะเห็นหน้าต่างที่ รูปที่ 7 ขึ้นมา
รูปที่ 7


6. ถ้าเราลง Windows 7 ใหม่หรือลงครั้งแรกจากการซื้อคอมพิวเตอร์ ก็ให้เลือก Custom(advanced) 


  • ถ้าเลือก Upgrade หมายถึงปรับรุ่นจาก XP หรือ VISTA แต่ก็ไม่มีผลอะไร ผมแนะนำให้เลือก กำหนดเอง หรือ Custom ตามรูปที่ 7
  • จะเห็นหน้าต่างถัดไปตามรูปที่ 8



รูปที่ 8

7. ขั้นตอนนี้เราเราเลือก Drive ที่จะลง OS Windows7 ส่วนมาก จะลงใน Disk 0 นะครับ ก็คือ Drive C: ของ windows เรานั้นเอง อย่าลง ผิด Drive นะครับดูให้ดี ส่วนมากไดร์ฟ C จะอยู่ด้านบน และให้สังเกตตัวเลขความจุ ไดร์ C  จะมีความจุน้อยกว่า 



รูปที่ 9

  • สำหรับคนที่เคยลง windows 7 แล้ว หรือลง windows ตัวอื่นแล้วจะมาลง Windows 7 ใหม่ให้ทำขั้นตอนนี้ด้วยนะครับ 
  • ให้ไปที่ Drive options (advanced) เพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าเราไม่พลาดขั้นตอนนี้ มิเช่นนนั้นต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ 
  • จากนั้นให้เราเลือก Drive ที่เราเคยลง OS มาก่อน จากนั้นก็เลือก format ก่อนครับ จากนั้นก็เลือก Drive ที่เราจะลง OS จากนั้นก็กด Next 


จากรูปที่ 9  เราสามารถแบ่งไดร์ใหม่ได้ โดยเพิ่มความจุไดร์ฟ  C และ ไดร์ฟ D ได้อีกตามออพชั่นดังนี้

  • Refresh : ให้โปรแกรมติดตั้งตรวจสอบพื้นที่พาร์ติชันใหม่อีกครั้ง
  • Delete : ลบพาร์ติชันที่เลือกอยู่ ผลลัพธ์ที่ได้จะได้พาร์ติชันที่ไม่มีการจัดรูปแบบ (Unpartitioned space)
  • New : เลือกสร้างพาร์ติชันใหม่ (ต้องมีพื้นที่พาร์ติชันที่ยังไม่มีการจัดรูปแบบอยู่ด้วย เพื่อดึงพื้นที่ไปใช้)
  • Load Driver : โหลดไดรเวอร์ของอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เพิ่มเติม เช่น ไดรเวอร์ฮาร์ดดิสก์ SATA รุ่นใหม่
  • Extend : ขยายขนาดของพาร์ติชันที่เลือก


รูปที่ 10 
  • ให้เลือกที่ไดร์ฟ C  ที่เราต้องการ ฟอร์แมตทิ้ง เพื่อจะลงโปรแกรมใหม่ โดยเลือกที่ไดร์ฟ จากนั้นคลิกที่ Format
  • กรณีนี้ งานทุกอย่างที่เราเก็บไว้ในไดร์ฟ D  จะไม่เสียหายหรือได้รับผลกระทบ จะยังคงอยู่โดยสมบูรณ์เมื่อเราฟอร์แมตถูกไดร์ฟ

รูปที่ 11
  • เมื่อเราคลิกที่ Format  โปรแกรมจะเตือนเราว่า ระบบในซิสเต็มจะถูกลบ ให้เราคลิก OK



ขอบคุณภาพนี้ตามเว็บที่ปรากฎชื่อ
รูปที่ 12

เมื่อเราฟอร์แมตเสร็จสิ้น ไดร์ฟ C เราก็จะว่างเปล่า พร้อมที่จะลงวินโดว์แล้ว ให้สังเกตว่าตัวเลขพื้นที่ความจุและพื้นที่ที่เหลือจะเป็นตัวเลขเดียวกัน คือ 60 GB แสดงว่าว่างแล้ว ให้คลิก  Next เพื่อติดตั้งวินโดว์ใหม่

รูปที่ 13 กำลังติดตั้งวินโดว์



8. ขั้นตอนนี้ให้เรารอเวลาใน Install windows 7
  • ในขั้นตอนนี้เครื่องจะแตกไฟล์ติดตั้งวินโดว์ และจะมีการรีสตาร์ทเครื่องเอง เราไม่ต้องทำอะไร ให้รอจนกว่าจะมีหน้าต่างในรูปที่ 14 ขึ้นมาเท่านั้น


รูปที่ 14



9. หลังจากนั้นให้เราใส่ชื่อ ผู้ใช้  เราลงเองก็พิมพ์ชื่อเรา ผมพิมพ์ชื่อผม Gong  ( ชื่อนี้จะไปปรากฎที่หน้าจอ ตรงโฟลเดอร์ My documents จากนั้นก็กด Next 
และไปหน้าต่างขั้นตอนถัดไป



รูปที่ 15
10. Windows จะให้เราใส่ Password ในการ Log in แต่ถ้าเราไม่ต้องการใส่ก็ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไป
ซึ่งผมแนะนำให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปโดย คลิกที่  Next

รูปที่ 16

11. ขั้นตอนนี้ให้เราใส่ Product key ซึ่ง Product key จะอยู่ที่กล่อง ที่เราทำการซื้อ Windows 7 มาครับ ถ้าใครซื้อของแท้มาก็ใส่ลงไปให้ครบให้ถูกต้อง ใครของก๊อป ก็ข้ามไปครับโดยคลิก Next



รูปที่ 17

12. ขั้นตอนนี้ให้เราคลิกเลือก Use recommended Setting เพื่อเป็นการ Update Patch windows ต่างๆ แล้ว Next

รูปที่ 18
13. ให้เราเลือกเวลา วันที่ เดือน พ.ศ. และ Time Zone : เลือก UTC+07.00 Bangkok,Hanoi,Jakarta 

รูปที่ 19

14.ให้เราเลือก Public network (ตามที่Microsoft แนะนำ) กด NEXT 
แล้วเราก็จะได้วินโดว์ 7 โฉมใหม่ไฉไล แพรวพราวสดใสกว่า ลูกเล่นมากมายปรับแต่งได้หลากหลาย รวมทั้งภาพวอลล์เปเปอร์สวยๆจากทั่วทุกมุมโลกที่วินโดว์เขาแถมมาให้




รูปที่ 20
เสร็จขั้นตอนการลงวินโดว์ 7 

ขั้นตอนการนำโปรแกมออกมาหน้าจอ ให้คลิกเข้าที่เมนู Start จากนั้นคลิกขวาที่ไอคอนที่เราต้องการนำออกมาหน้าจอ จะเห็นเมนูย่อยขึ้นมา คลิกเลือกที่ Send to >> Desktop (Create Shortc ut)   หรือ ติ้กเครื่องหมายถูก Show on desktop
ข้อดีอีกอย่างของวินโดว์7 เราสามารถลากไอคอนของโปรแกมที่เราใช้งานบ่อยๆมาวางไว้ที่แถบด้านล่างตามรูปที่ 20 ได้ และเราสามารถแบ่งจอภาพเพื่อแสดงภาพเป็นหลายจอได้พร้อมกัน หรือถ้าเรานำเม้าส์ไปคลิกที่ มุมขวาสุดของแถบด้านล่างจอ เราก็จะซ่อนโปรแกรมหรืองานที่เรากำลังค้างไว้ให้หายไปได้ คลิกที่เดิมอีกครั้งก็จะกลับมาเหมือนเดิม



  • เมื่อเราลงวินโดว์เสร็จแล้วก็ไม่มีอะไรยากแล้วครับที่เหลือเราก็ลงโปรแกรมทำงานหรือปล่อยรถลงถนนได้เลย โดยใส่แผ่นโปรแกรมเหล่านั้นเข้าไปก็คลิกที่ set up หรือดับเบิ้ลคลิก แล้วก็ทำตามขั้นตอนที่จะมีหน้าต่างขึ้นมาเป็นลำดับเช่นกัน ถ้าเรามีซีเรียลนัมเบอร์ก็ใส่ลงไป พอขั้นตอนสุดท้ายก็เข้าไปลงทะเบียนการใช้งานกับเว็บบริษัทของผุ้ผลิตโปรแกรมนั้นๆ ก็เสร็จสิ้น ทำอย่างนี้ไล่ไปทีละโปรแกรมจนเราพอใจ



  • จากนั้นก็ลงโปรแกรมแอนตี้ไวรัส เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็รีสตาร์ท เครื่อง เท่านี้ เราก็ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าลงโปรแกรมอีกต่อไป เก็บเงินไว้ไปซื้อโปรแกรมของแท้มาลงดีกว่าเป็นไหน ลองทำดูครับค่อยๆไปทีละขั้น มันเหมือนดูยาก แต่ถ้าเราถนัดแล้วคล่องแล้ว ขั้นตอนการลงวินโดว์ใช้เวลาไม่ถึง ครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้วที่เหลือลงโปรแกรมใช้งาน ลงน้อยก็เดี๋ยวเดียวลงมากก็นานหน่อย แต่ผมแนะนำให้เราลงเฉพาะที่เราใช้เป็นเท่านั้นหรือที่เราอยากศึกษา นอกนั้นลงไปก็หนักเครื่องถ้าเราใช้ไม่เป็น



  • เมื่อเราทำคล่องแล้วก็อาจเป็นช่องทางหารายได้ใส่กระเป๋าได้ แต่อย่าคิดแพงนะครับ ถูกแพงเราคิดตามโปรแกรมที่ลง ตัวใหญ่ตัวเล็ก ยากง่ายแค่ไหน เช่นโปรแกรมกราฟฟิคแทบทุกตัวลงยากกว่าวินโดว์หลายเท่ามาก ค่อยๆศึกษาเรียนรู้ไปทีละก้าวก็เป็นเองที่สำคัญคุณต้องกล้าที่จะเล่นกับมัน เพราะนี่คือสุดยอดของความรู้ด้านนี้แล้วที่คุณจะใช้ทำมาหากินได้คุณต้องกล้าลง เรียกว่าลงไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้มัน ทำให้คล่อง ทำเป็นแล้วทำอีก ทำจนคุณจำทุกขั้นตอนได้โดยไม่ต้องอาศัยดูบล็อกผมเป็นคู่มืออีกต่อไป ผมก็ทำอย่างนี้ ลงได้แล้วก็ลบลงใหม่ลงจนคล่อง คราวนี้มันก็ไม่มีทางออกจากสมองเรา ลองดูครับ
                                                                กังวาล ทองเนตร