กังวาล ทองเนตร

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา Pohthaiblogspot.com

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

สะพายกล้องท่องกรุงเทพ (ตอนที่ 1 )คลองหลอด



คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดต้นฉบับจริงและหมุนลูกกลิ้งที่เมาส์เพื่อดูภาพถัดไป กากบาทมุมบนขวาเพื่อกลับสู่บล็อก

เที่ยวกรุงเทพ

ผมจะเปิดกล้องเริ่มต้นที่แถวตลาดบ้านหม้อ บริเวณถนนอัษฎางค์ย่านนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารเก่าๆไม่สูงนัก จะมีทั้งร้านรับซื้อเศษทอง ร้าค้าเพชร และเป็นศูนย์รวมอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งในและต่างประเทศ ราคาซื้อหาได้ตามงบประมาณ มีทั้งหน้าร้าน หลังร้าน




แถวนี้เป็นกั๊กพระยาศรี จากจำนวทั้งหมด สี่กั๊ก



 คนที่อายุเลขสีขึ้นก็คงจะพอได้ยิน เพลงโฆษณา อยากเรียนขับรถไปที่ ส.สะพานมอญ นี่แหละครับคือต้นตอของโฆษณาดังในอดีต โรงเรียนสอนขับรถ ส.สะพานมอญ หลายคนอาจจะขับรถเป็นเพราะที่นี่ก็ได้








เป็นร้านค้าอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ย่านบ้านหม้อ ริมคลองหลอด
























เดินตามถนนอัษฎางค์ไปตามแนวคลองหลอด มองเห็นยอดเจดีย์อยู่ไกลๆ ฝั่งขวาคือบ้านหม้อ ฝั่งซ้ายคือคลองหลอด เราจะเดินไปตามถนนเส้นนี้จนไปโผล่ที่ ถนนราชดำเนินตรงโรงแรมรอยัล











ฝั่งซ้ายมือก็คือต้นขนุน เป็นที่มาของผีขนุน ผีขนุนเป็นคำใช้เรียก สาวประเภทสอง ( กระเทย ) ที่คุณเธอจะมาจับจองพื้นที่ใต้ต้นขนุนเป็นที่ทำมาหากินของพวก คุณเธอทั้งหลายในยามวิกาล จึงเป็นที่มาว่าผีขนุน ระวังนะครับ เดินเปลี่ยวกลางคืน หากได้ยินเสียงเรียก เที่ยวไหมพี่ ดังลอดมากับความมืดก็คือเสียงพวกเธอนี่เอง ( บรื๊อๆๆ เผ่นดีกว่า เสียวก้น )








เดินมาสุดถนนพอดีที่โรงแรมรอยัล ผมจะเลี้ยวซ้ายไปทางแม่ธรณีบีบมวยผม





ภาพบนเรากำลังมุ่งหน้าไปหาแม่ธรณีบีบมวยผม ด้านซ้ายมือ ส่วนขวามมือจะเป็นสนามหลวง





นี่คือแม่ธรณีบีบมวยผม




ที่เห็นข้างหน้าไกลๆคือวัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง
หยุดภาพไว้ตรงนี้ ไปต่อตอนที่ 2 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

ระบบต่อมในร่างกายมนุษย์



ระบบต่อมในร่างกายมนุษย์


ร่างกายมนุษย์เรามีต่อมอยู่ 2 ประเภทคือ


  • ต่อมมีท่อ ( Exocrine gland ) เป็นต่อที่สร้างสารเคมีออกมาแล้วส่งไปยังตำแหน่งออกฤทธิ์โดยอาศัยท่อลำเลียงของต่อมโดยเฉพาะ เช่น ต่อมน้ำลาย ต่อมสร้างเอนไซม์ย่อยอาหาร ต่อมน้ำตา ต่อมน้ำนม ต่อมสร้างเมือก ต่อมเหงื่อ เป็นต้น

  • ต่อมไร้ท่อ ( Endocrine gland ) เป็นต่อมที่สร้างสารเคมีขึ้นมาแล้วส่งไปออกฤทธิ์ที่อวัยวะเป้าหมาย โดยอาศัยระบบหมุนเวียนเลือด เนื่องจากไม่มีท่อลำเลียงของต่อมโดยเฉพาะ สารเคมีที่ไปจากต่อมไร้ท่อนี้เรียกว่า ฮอร์โมน ซึ่งอาจเป็นสารประเภท กรดอะมิโน หรือสเตรอยด์
  • ต่อมไร้ท่อจะกระจายอยู่ตามตำแหน่งต่างๆของร่างกาย ฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นจากต่อมไร้ท่อนี้มีหลายชนิดแตกต่างกัน ซึ่งแต่ละชนิดจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้การเจริญเติบโต การกระตุ้นหรือยับยั้งการทำงาน สามารถออกฤทธิ์ได้โดยใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อย


ต่อมไทรอยด์และพาราไทรอยด์


นอกจากนี้ต่อมไร้ท่อที่สำคัญ มี 7 ต่อมได้แก่

1.  ต่อมใต้สมอง ( Pituitary gland )
  • เป็นต่อมไร้ท่ออยู่ส่วนกลางของสมอง ( Hypophysis) มีหน้าที่ขับสารที่มีสีขาวขุ่นคล้ายกับเสมหะ จึงเรียกต่อมนี้ว่า ต่อม  Pituitary gland 

นอกจากนี้ต่อมใต้สมองยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
  • ต่อมใต้สมองส่วนหน้า ( anterior lobe )
  • ต่อมใต้สมองส่วนกลาง ( intermadiate lobe )
  • ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ( posterior lobe )




2.ต่อมไทรอยด์ (Thyroid  )

  • ต่อมนี้มีลักษณะเป็นพู 2 พูอยู่บริเวณสองข้างของคอหอยโดยมีเยื่อบางๆเชื่อมต่อกันระหว่าง 2 ต่อม ต่อมไทรอยด์นับว่าเป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย และมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมากที่สุด มีน้ำหนักของต่อมประมาณ 15-20 กรัม ต่อมไทรอยด์มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่สำคัญคือ
ฮอร์โมนไทรอกซิน ( Thyroxin hormone ) 
  • ฮอรโมนนี้ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญสารอาหาร กระตุ้นการเปลี่ยน ไกลโคเจน เพื่อให้เป็น กลูโคส และเพิ่มการนำ กลูโคส เข้าสู่เซลล์บุทางเดินอาหาร จึงเป็นตัวเพิ่มระดับน้ำตาล กลูโคสในเลือด

ถ้าเกิดความผิดปกติกับฮอร์โมนตัวนี้จะส่งผลต่อร่างกายมนุษย์หลายอย่างเช่น 

  • คอหอยพอกธรรมดา เกิดขึ้นจากต่อมขยายใหญ่เนื่องจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าสร้าง TSH มากระตุ้นต่อมไทรอยด์มากเกินไป จึงทำให้ต่อมนี้ไม่สามารถสร้างฮอร์โมน ไทรอกซิน เพื่อไปยับยั้ง TSH ได้จากต่อมใต้สมอง จึงเกิด คอหอยพอกธรรมดา
  • คอหอยพอกเป็นพิษ เกิดขึ้นจากต่อมไทรอยด์เองสร้างฮอร์โมนมากเกินไปเพราะเกิดภาวะเนื้องอกของต่อม
  • คอหอยพอกและตาโปน เกิดจากต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากผิดปกติ เพราะได้รับการกระตุ้นจาก TSH จากต่อมใต้สมองมากเกินไป หรือเรียกว่าภาวะเนื้องอกของต่อมก็ได้ คนป่วยจะมีอาการเผาผลาญสารอาหารมากเกินไป อ่อนเพลีย  น้ำหนักตัวลดลง ทั้งที่กินจุขึ้น หายใจ แรง เร็ว ตอบสนองสิ่งเร้าไว และอาจเกิดอาการตาโปน เนื่องจากเกิดการเพิ่มปริมาณของน้ำและเนื้อเยื่อที่อยู่หลังลูกตา โรคนี้จะพบใน สตรีมากมากกว่า ชาย
  • คริตินิซึม( cretinism ) เกิดจากต่อมไทรอยด์ฝ่อในวัยเด็ก หรือพิการตั้งแต่เกิด การเจริญเติบโตของกระดูกลดลง ร่างกายเตี้ย แคระแกรน การเจริญทางจิตใจช้า มีภาวะปัญญาอ่อน พุงยื่น ผิวหนังแห้ง ผมบาง
  • มิกซีดีมา ( Myxedema ) เกิดขึ้นในผู้ใหญ่ เนื่องจากต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนออกมาน้อยผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการ เติบโตช้าทั้งร่างกายและจิตใจ มีอาการชัก ผิวแห้งหยาบ เหลือง ไตและหัวใจทำงานเฉือยชา ซึม ความจำเสื่อม ไขมันมาก ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย โรคนี้ พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

ฮอร์โมนแคลซิโทนิน ( Calsitonin ) 
  •  เป็นฮอร์โมนอีกชนิดที่ถูกสร้างจากต่อมไทรอยด์ ทำหน้าที่ลดระดับแคลเซียมในเลือดที่สูงเกินปกติ ให้อยู่ในระดับปกติ และดึงแคลเซียมส่วนเกินไปไว้ในกระดูก ฮอร์โมนนี้จึงเป็นตัวทำหน้าที่ควบคุมระดับแคลเซียมในเลือด และฮอร์โมนนี้จะทำงานร่วมกับต่อม พาราไทรอยด์ และวิตามิน ดี




3. ต่อมพาราไทรอยด์ ( Parathyroid gland )
  • เป็นต่อมที่มีน้ำหนักน้อยมาก ติดอยู่กับเนื้อของต่อมไทรอยด์ ทางด้านหลัง มีข้างละ 2 ต่อมมีลักษณะเหมือนรูปไข่ขนาดเล็ก มีสีน้ำตาลแดง หรือน้ำตาลปนเหลือง มีน้ำหนักรวม 4 ต่อม ประมาณ 0.03-0.05 กรัมเท่านั้น

ต่อมพาราไทรอยด์

ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมพาราไทรอยด์ คือ พาราทอร์โมน ( Parathormone )
  •  ฮอร์โมนนี้ทำหน้าที่รักษาสมดุลย์ของแคลเซียม และฟอสฟอรัส ในร่างกายให้คงที่ โดยจะทำงานร่วมกับ ฮอร์โมน แคลซิโทนิน ของต่อมไทรอยด์ที่กล่าวมาแล้ว เพื่อรักษาความสมดุลของแคลเซียมในกระแสเลือด ซึ่งกระทบต่อ การทำงานของกล้ามเนื้อประสาทและการเต้นของหัวใจ พาราทอร์โมนจึงมีความจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก

4. ต่อมหมวกไต ( adrenal gland ) 
  • อยู่บริเวณขั้วไตทั้งสองข้าง ต่อมขวาจะเป็นรูปสามเหลี่ยม ที่แสดงไว้ที่ภาพด้านล่าง จะเป็นสามเหลี่ยม ทำกราฟฟิคสีเขียวไว้เพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้น ส่วนต่อมซ้ายจะเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ตามรูป


ต่อมนี้ประกอบด้วยเนื้อเยื่ออยู่ 2 ชนิด คือ

   4.1 อะดรีนัลคอร์เทกซ์ ( Adrenal cortex)
  • สามารถสร้างฮอร์โมนได้มากกว่า 50 ชนิด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

  4.1.1 ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ ( glucocorticoid )  
  • ทำหน้าที่ควบคุม เมเทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ไขมัน รวมถึงสมดุลของเกลือแร่ด้วย  ถ้าร่งกายมีฮอร์โมนนี้มากเกินไป จะทำให้หน้ากลมคล้ายพระจันทร์ บริเวณต้นคอ มีหนอกยื่นออกมา

 4.1.2 ฮอร์โมนมิเนราโลคอติคอยด์ ( mineralocorticoid )  
  • ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ที่สำคัญคือ แอลโคสเตอโรน ซึ่งควบคุมการทำงานของไต ในการดูดน้ำและโซเดียม เข้าสูเลือด และ ยังควบคุมความเข้มข้นของฟอสเฟตในร่างกายด้วย

4.1.3 ฮอร์โมนเพศ ( adrenalsex hormone ) 
  • ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนหลายชนิด เช่น แอนโดรเจน เอสโตรเจน แต่มีปริมาณเล็กน้อยเมื่อเทียบปริมาณฮอร์โมนเพศ จากลูกอัณฑะในชาย และไข่ในสตรี

 4.2 อะดรีนัลเมดุลลา ( Adrenal medulla )
  • ประกอบด้วยฮอร์โมนสำคัญ 2 ชนิดคือ
4.2.1 อะดรีนาลินฮอร์โมน ( Adrenalin hormone )
  •  หรือฮอร์โมนเอปิเนฟริน ( epinephrine ) เมื่อร่างกายหลั่งอะดรีนาลินออกมา มีผลทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มมากขึ้นกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดสูง ทำให้เส้นเลือด อาร์เตอรี ขนาดเล็กที่อวัยวะต่างๆขยายตัว ส่วนอาร์เตอรีที่ผิวหนังและช่องท้องกลับหดตัวลง
4.2.2 นอร์อะดรีนาลินฮอร์โมน ( Noradrenalin hormone ) 
  • หรือฮอร์โมนนอร์เอปิเนฟริน ฮอร์โมนนี้จะแสดงผลต่อร่างกายคล้ายกับ อะดรีนาลิน แต่ อะดรีนาลีนมีผลดีกว่า ส่วนฮอร์โมนชนิดนี้จะหลั่งออกมาจากปลายเส้นประสาทซิมพาเทติก  ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น หลอดเลือด อาร์เตอรี ที่อวัยวะต่างๆบีบตัว



5.ตับอ่อน 

  • ภายในเนื่อเยื่อตับอ่อนจะมี ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ เป็นต่อมเล็กๆประมาณ 2 ล้าน 5 แสนต่อมหรือ ร้อยละ 1 ของเนื้อเยื่อตับอ่อนทั้งหมด ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมน ที่สำคัญ 2 ชนิดคือ

         5.1อินซูลิน ( Insulin ) สร้างมาจากเบตตาเซลล์ที่ส่วนกลางของ ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ ทำหน้าที่สำคัญคือ รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ เมื่อร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูง อินซูลินจะหลั่งออกมาเพื่อกระตุ้นเซลล์ตับและกล้ามเนื้อ นำกลูโคสเข้าไปในเซลล์ให้มากขึ้น และเปลี่ยนกลูโคส ให้เป็น ไกลโคเจน เพื่อสะสมไว้ อินซูลินยังช่วยกระตุ้นเซลล์ทั่วร่างกายใหมีการใช้ก,ูโคสให้มากขึ้น ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงสู่รัดับปกติ ถ้ากลุ่มเซลล์กลุ่มนี้ถูกทำลายหรือ บกพร่อง จะส่งผลให้มีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงมาก ทำให้เป็นโรคเบาหวานนั่นเอง
          5.2 กลูคากอน ( glucagon ) เป็นฮอร์โมนที่สร้าง แอลฟาเซลล์ซึ่งเป็นเซลล์อีกประเภทหนึ่ง ของ ไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ กลูตากอนจะไปกระตุ้นการสลายตัวของ ไกลโคเจนจากตับและกล้ามเนื้อ ให้น้ำตาลกลูโคสปล่อยออกมาในเลือด ทำให้เลือดมีกลูโคสเพิ่มขึ้น


ตับอ่อน 



6. รังไข่ ( Ovaries )

  • เป็นต่อมอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิงซึ่งจะสร้างฮอร์โมนที่สำคัญคือ เอสโตรเจน (Estrogens ) และโปรเจสเตอโรน ( progesterrone )
  • เอสโตรเจน ทำหน้าที่ลักษณะของเพศหญิง ทำให้มีเสียงแหลม สะโพกผาย การขยายใหญ่ของอวัยวะเพศและเต้านม การมีขนขึ้นตามอวัยวัเพศและมีส่วนในการควบคุมเปลี่ยนแปลงที่รังไข่ และ เยื่อบุมดลูกด้วย
  • โปรเจสเตอโรน เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากส่วนของอวัยวะเพศโดยตรง คือ คอร์ปัส ลูเตียม และบางส่วนสร้างมาจาก รกเมื่อมีครรภ์ นอกจากนี้สามารถสร้างมาจากอะดรีนัลคอร์เทกซ์ได้ด้วย ฮอร์โมนชนิดนี้เป็นส่วนสำคัญที่สุดก่อนการตั้งครรภ์ และตลอดเวลาของการตั้งครรภ์มีบทบาทโดยตรงต่อเยื่อบุมดลูก ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่รังไข่และมดลูก  การทำงานของฮอร์โมนตัวนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน FSH  และ LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า

รังไข่( Ovary)




7.อัณฑะ  ( Testis ) 
  • เป็นต่อมอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชาย อัณฑะจะสร้างฮอร์โมนสำคัญคือ
  • เทสโตสเตอโรน ( Testosterone ) ซึ่งจะทำหน้าที่เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม โดยกลุ่มเซลล์ อินเตอร์สติเชียล จะได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า คือ LH  และ ICSH  นอกจากสร้างเทสโตสโตโรนแล้ว ยังพบว่าเซลล์สติชียล ยังสร้างฮอร์โมนเพศหญิงคือ เอสโตรเจนได้อีกด้วย


  • ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะของเพศชาย เช่น เสียงแตก นมขึ้นพาน ลูกกระเดือกแหลม มีหนวดขึ้นบริเวณริมฝีปาก ขนขึ้นที่รักแร้ ขาแข้ง อวัยวะเพศ แขน เติบโตและมีความแข็งแรงมากกว่าเพศหญิง
  • ถ้าตัดลูกอัณฑะ จะทำให้เป็นหมันถาวร และลักษณะทางเพศชายต่างๆไม่ไม่เจริญเติบโตตามปกติ
  • ถ้าระดับฮอร์โมนสูง หรือสร้างฮอร์โมนก่อนวัยหนุ่มมาก เนื่องจากมีเนื่องอกที่อัณฑะจะทำให้การเติบโตทางเพศก่อนเวลาอันควร ทั้งคุณลักษณะทางเพศชายและอวัยวะสืบพันธุ์











กังวาล  ทองเนตร เรียบเรียง

 อ้างอิงจาก >> >> [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]