กังวาล ทองเนตร

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา Pohthaiblogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก ENIAC



ENIAC


  • คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกถูกพัฒนาขึ้นโดยหน่วยงานวิจัยทางทหารของกองทัพบก สหรัฐอเมริกา
  • ในปี ค.ศ. 1946 หรือประมาณ 66 ปีมาแล้ว

คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่พัฒนาขึ้นมานี้มีชื่อว่า ENIAC 
( Electronic Numerical Integrator And Calculator )  มีความยาว 80 ฟุต มีน้ำหนักมากถึง 30 ตัน
ใช้หลอดสูญญากาศ 18,000 หลอด


  • หลังจากที่ได้เกิด ENIAC ขึ้นมา เป้าหมายการพัฒนาคอมพิวเตอร์ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ดังนี้

1. ขนาดเล็ก Small Size มีความเร็วสูงมีความเที่ยงตรงแม่นยำในค่าคำนวณ

2. More power การทำงานของเครื่องต้องมีประสิทธิภาพสูง มีความเสถียร การประมวลผลต้องรวดเร็ว และหน่วยความจำต้องมีมากขึ้น

3. Less Expense  ต้องมีราคาถูก และต้องถูกลงไปเรื่อยตามขนาดที่จะต้องเล็กลง

ENIAC เป็นคอมต้นแบบและเป็นยุคแรกของคอมพิวเตอร์ ใช้ หลอดสูญญากาศ 



หลอดสูญญากาศ


  • ในยุคที่ 2 คอมพิวเตอร์ถูกเปลี่ยนจากหลอดสญญากาศที่มีขนาดใหญ่ มาเป็น ทรานซิสเตอร์ ที่เป็นอุปกรณ์ อิเลคทรอนิคส์ขนาดเล็ก เป็นสารกึ่งตัวนำ เซมิคอนดักเตอร์ 


เพาเวอร์ทรานซิสเตอร์ ( เป็นทรานซิสเตอร์ขยายกำลัง ) ย่อด้วย TR.



คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 4 ประเภท

1. ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (  Supercomputers) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ มีความเร็วสูง มีหน่วยการประมวลผลสูงสุด หน่วยการจัดเก็บข้อมูลสูงสุด ใช้สำหรับ หน่วยงานทางทหาร หน่วยงานทางวิจัย ต่างๆ และการพยากรณ์อากาศ การออกแบบเครื่องบินเป็นต้น

2. เมนเฟรม คอมพิวเตอร์  ( Mainframe computers ) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพรองลงมาจากซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ใช้ในหน่วยงาน หรือองค์กรขนาดใหญ่  เช่น สายการบิน ธนาคาร บริษัทประกันภัย     มหาวิทยาลัย เป็นต้น 

3. มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computers ) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กและประสิทธิภาพรองลงมาจาก เมนเฟรม อีกที นำมาใช้ใน บริษัทขนาดกลาง ใช้ในระบบบัญชี หรือบางที อาจนำไปใช้ร่วมกับเมนเฟรมก็ได้

4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (  Micro computers )  เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล้ก ส่วนบุคคล หรือ พีซี คอมพิวเตอร์ ( Personal Computers ) PC.  เป็นคอมพิวเตอรตั้งโต๊ะ หรือเป็นแบบพกพา เคลื่อนย้ายได้สะดวก



ฮาร์ดดิสก์ตัวแรกของโลก



IC. ไอซีไมโครโปรเซสเซอร์ เป็นหน่วยประมวลผลกลางของคอมพิวเตอร์สมัยใหม่


กังวาล ทองเนตร

รัฐสภาของอังกฤษ


รัฐสภาของอังกฤษ


  • ประเทศอังกฤษเป็นต้นแบบการปกครองประชาธิปไตย รูปแบบรัฐสภา
  • ระบบรัฐสภาของอังกฤษเป็นระบบ 2 สภา คือ 

1.  สภาล่าง หรือสภาผู้แทนราษฎร ( House of Commons ) ประกอบด้วยสมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้ง 651ที่นั่ง ( จำนวนสมาชิกและการแบ่งเขตสามารถแก้ไขได้ โดยคณะกรรมการดูแลเขตเลือกตั้ง ( Boundary Commissions ) ซึ่งจะมีอยู่ 4 ชุดคือ


  • -  คณะกรรมการเขต   อังกฤษ    มี      524      เขต มีผูแทน 524 คน

  • -  คณะกรรมการเขต   เวลส์         มี       38       เขต

  • -  คณะกรรมการเขต  สก็อตแลนด์ มี    72     เขต

  • -  คณะกรรมการเขต ไอร์แลนด์เหนือ     17 เขต

คุณสมบัติของผู้สมัคร

มีอายุ 21 ปีขึ้นไป



  • ผู้ไม่มีสิทธิ สมัคร คือ สมาชิกสภาสูง คนต่างด้าว  พระหรือนักบวช ผู้ทำผิดร้ายแรงในคดีอาญา ข้าราชการประจำเป็นต้น 

***  มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกสภาสูงอยู่แล้วที่อยากลงสมัครสมาชิกสภาล่างต้อง สละตำแหน่งสมาชิกสภาสูงของตนเสียก่อน มีเงินเดือน ประมาณ 33,000  ปอนด์  และ25,000 สำหรับผู้ช่วยหรือ เลขา ฯ 


ขุนนางของอังกฤษ

2.  สภาขุนนาง หรือสภาสูง ( House of Lords )  ปัจจุบันสภาขุนนางมีสมาชิก  1,200   คน


แบ่งกลุ่มสมาชิกออกได้เป็น  4  กลุ่ม ใหญ่ด้วยกันคือ

2.1 ) กลุ่มสมาชิกที่ได้ตำแหน่ง โดยการสืบทายาท ซึ่่งเป็นกลุ่มใหญ่ มีประมาณ 760 คน
ในกลุ่มนี้ บางคนสามารถที่จะขอให้ตัวเองดำรงค์ตำแหน่งได้จนตลอดชีวิต โดยไม่ขอรับสิทธิการสืบต่อทางทายาทอีกต่อไปก็ได้

2.2 ) กลุ่มสมาชิกที่เป็นขุนนางอยู่แล้ว ที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 ซึ่งกลุ่มนนี้มีวาระดำรงตำแหน่งตลอดชีพ

2.3 ) กลุ่มผู้พิพากษาศาลสูง จำนวน  12 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้พิพากษาอาวุโสมาจากการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่คล้ายกับ กรรมการตุลาการของรัฐสภา

2.4 ) กลุ่มพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ จาก เชิร์ชออฟอิงแลนด์ มีจำนวน  26 คน ซึ่งดำรงตำแหน่งประจำตามเมืองใหญ่ อาทิ  Archbishop of Canterbury and York , The Bishops of London.
Durham, Winchester รวม ทั้ง 21 คนที่ดำรงตำแหน่งตามลำดับอาวุโส



โดยหลักการ


  • สภาสูงมีอำนาจหน้าที่พิจารณา และตรวจสอบร่างกฎหมายแต่ความเป็นจริงสภาสูงไม่สามารถยับยั้งกฎหมายที่ตนเองเสนอแก้ไขหรือ ลงมติไม่รับร่างกฎหมายนั้นได้ เช่นในปี 1990 -1991 กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามได้ถูกสภาสูงลงมติยับยั้ง ถึง สองครั้ง  แต่ก็ได้ประกาศใช้ด้วยขั้นตอนของสภาล่างอยู่ดี

  • สภาขุนนางของอังกฤษขึ้นชื่อว่าเป็นสภา ขี้เกียจ สันหลังยาว เพราะไม่เคยเข้าร่วมการประชุม โดยเฉพาะกลุ่มที่มาจากการสืบทอดทางทายาท



 การประชุมของสภาขุนนางของอังกฤษ


กังวาล  ทองเนตร  รัฐศาสตร์ การปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

พัฒนาการทางการเมืองคืออะไร

 Lucian Pye



พัฒนาการทางการเมือง



  • พัฒนาการทางการเมือง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ในทางทัศนคติ และวัฒนธรรมของคนในสังคม


การเปลี่ยนแปลงทัศนคติคือ


  • การที่สมาชิกในสังคมได้รับการสั่งสอนให้รับรู้ถึงเหตุและผล รวมถึงผลกระทบที่อาจจะได้รับจากสภาพแวดล้อมและโลกที่อยู่อาศัย และ สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้นๆได้เพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้าของตนเอง

  • Lucian Pye  ได้ให้คำจำกัดความ ในเรื่อง พัฒนาการทางการเมืองนี้ไว้ เป็น 10 ประการดังนี้


1. เป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจ

2.  เป็นการเมืองของประเทศอุตสาหกรรม


3.  เป็นความทันสมัยทางการเมือง


4.  เป็นเรื่องของรัฐชาติ


5.  เป็นการพัฒนาในเรื่องของกฎหมายและการบริหาร


6.  เป็นเรื่องเกี่ยวพันกับการสร้างมวลชนและการเข้ามีส่วนร่วมของมวลชน


7.  เป็นแนวทางในการสร้างประชาธิปไตย


8.  เป็นเรื่องความมั่นคงและการเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับขั้น


9.  เป็นเรื่องของการระดมทรัพยากร และ อำนาจ


10.  เป็นลักษณะของกระบวนการเอนกประสงค์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสังคม



Lucian Pye
เกิดเมื่อ 21 ตุลาคม พ.ศ.2464

กังวาล  ทองเนตร รัฐศาสตร์ เอกการปกครองมหาวิทยาลัยรามคำแหง