กังวาล ทองเนตร

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่คลังปัญญา Pohthaiblogspot.com

123ne.blogspot.com

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

ราชวงศ์และการเปลี่ยนแปลงในรัสเซีย

ครอบครัวราชวงค์โรมานอฟ

ประเทศรัสเซียขึ้นชื่อว่าเป็นมหาอำนาจประเทศหนึ่งของโลก ประวัติศาสตร์ของรัสเซียเริ่มต้นขึ้นที่ อาณาจักร เคียฟ โดยชาวรัสเซีย คือเผ่า สลาฟตะวันออก ( Eastern Slav ) ซึ่งเป็นสายเลือดผสม ระหว่างเผ่ายุโรปทางเหนือ ( Varangian ) หรือ Vikings หรือ Nordic แต่นิยมเรียกเผ่าตนเองว่า รัสเซียใหญ่ ( Great Russian )  ได้สถาปนาราชวงศ์ รูริค ขึ้น

  • เมื่อ ประมาณ ค.ศ.862 กษัตริย์วราดิเมียร์ ได้รับศาสนาคริสต์ นิกายออกโธดอกซ์ เป็นศาสนาประจำชาติรัสเซีย และมีรัฐธรรมนูญปกครองตนเอง แต่ก้มักจะถูกรุกรานจากพวกชาว โปล ลิทัวเนีย  ฮังการี และสวีเดน

  • เมื่อปี ค.ศ. 1234 ถูกพวกดาตาร์ และมองโกลรุกราน จนประเทศถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนปกครองโดย อาณาจักรมองโกล อีกส่วนหนึ่งอยู่ใต้ปกครองของ โปแลนด์ และลิทัวเนีย

  • ต่อมากษัตริย์ Donskoy ได้สร้างกรุงมอสโคว์ ขึ้น และได้ปลดปล่อยรัสเซีย ออกจาก มองโกล
  • เมื่อปี ค.ศ. 1453 เมื่ออาณาจักรโรมันตะวันออกแตกสลาย พระเจ้า อีวานที่3 ( Evan) ได้สถาปนาอาณาจักรโรมันที่ 3 ( The Third Rome ) ขึ้น และได้ใช้คำนำหน้า ว่า ซาร์ ( Czar ) ซึ่งมีรากศัพท์ คำว่า ซีซาร์ ( Caesar )

  • ต่อมาอีวานที่ 4 ( Evan The Terror ) หรืออีวานผู้โหดร้าย ตามฉายาที่ได้รับ  อีวานที่ 4ได้วางรากฐานการปกครองใหม่เป็นแบบรวมศูนย์อำนาจ และได้สร้างระบบศักดินาสวามิภักดิ์ ขึ้นที่รัสเซีย มีสภาที่ปรึกาาส่วนพระองค์ ( Zomsky Sorbor )

อีวาน


  • ซาร์มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ( Absolutism ) คือดำรงตำแหน่ง ทั้งประมุขแห่งอาณาจักร และเป็นประมุขทางคริสตจักร ด้วย  ซาร์ อีวานที่ 4 ยังได้จัดตั้งหน่วยตำรวจลับ และใช้มาตรการรุนแรงกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง จนประชาชนและชาวนาทนต่อการถูกกระทำไม่ไหว ได้ลุกขึ้นมาก่อจลาจลขึ้น จนกลายเป็นสงครามกลางเมือง ระหว่างปี ค.ศ.1603 -1613 จนสภาพภายในรัสเซียอ่อนแอลงและในที่สุด ถูก โปแลนด์ เข้ายึดครองรัสเซียอีกครั้ง ในปี 1610-1611  (คาบเกี่ยวสภาวะสงครามกลางเมือง )




  • จนเมื่อปี ค.ศ.1611 มิคาอิล โรมานอฟ ได้ขับไล่ชาวโปแลนด์ออกไปจากรัสเซีย และกอบกู้เอกราชรัสเซียคืนมาได้  และได้ สถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้นมา ชื่อว่า ราชวงศ์โรมานอฟ
  • อาณาจักรรัสเซีย มีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในรัชสมัยของ พระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นผู้นำความทันสมัยมาให้ประเทศ มีการปฎิรูป ศิลปะ วิทยาการ ศาสนา การปกครอง เศรษฐกิจ ทหาร และนำรัสเซียเข้าเป็นมหาอำนาจจนยอมรับในยุโรป มีศูนย์กลางเมืองหลวงใหม่ ที่พระองค์สร้างขึ้นคือ ST.Petersburg

พระเจ้าปีเตอร์


  • นอกจากนี้รัสเซียยังมีกษัตริย์ที่เป็นสตรี หลายพระองค์ เช่น จักรพรรดินีแคทเธอรีน ที่ 1ซึ่งมีเชื้อสายเยอรมัน ค.ศ. 1725 -1727
แคทเธอรีนที่1

  • จักรพรรดินีอลิซาเบธ ที่ 1 ( ค.ศ. 1730-1740)  และ จักรพรรดินี แคทเธอรีน ที่ 2 (  ค.ศ. 1762-1796 ) สมัยพระนางได้ปราบกบฎติดดินเมื่อปี ค.ศ. 1773-1775


แคทเธอรีนที่ 2


จักรพรรดินีแอนนา
  • นอกจากนี้จักรวรรดิ์ รัสเซียยังถูกรุกรานจากกองทัพของ พระเจ้า นโปเลียน แห่งฝรั่งเศส  แต่รัสเซียเป้นฝ่ายชนะ เมื่อ ปี ค.ศ. 1815

กระแสปฏิวัติเริ่มไหลเข้ารัสเซียเมื่อ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1825 ในสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัส ที่ 1 รู้จักกันในชื่อ ปฏิวัติธันวาคม( Revolution December ) ซาร์ ได้ใช้อำนาจเข้มงวดปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองจนจักรวรรดิ์อ่อแอลง และพ่ายแพ้สงคราม ใน ไครเมียเมื่อปี ค.ศ. 1854-1856 

  • สมัยซาร์อเล็กซานเดอร์ ถึงแม้สมัยนี้จะมีความพยายามปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและมีการปฏิรูปที่ดิน แต่พระองค์ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ โดยขบวนการ Populist ซึ่งเป็นขบวนการต่อต้านระบอบซาร์


อเล็กซานเดอร์

  • ต่อมาซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ( ค.ศ.1881-1894 )ได้ใช้ความเข้มงวดต่อฝ่ายต่อต้านมากขึ้น และได้เพิ่มอิทธิให้หน่วยตำรวจลับมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มนิยมมาร์กซิสม์ ที่นำโดย เลนิน

อเล็กซานเดอร์


  • สมัยซาร์นิโคลัสที่ 2 ( 1894-1917 ) ภายหลังแพ้สงครามญี่ปุ่น ( ค.ศ. 1905 ) ได้มีการเรียกร้องให้มีการปฎิรูปการเมืองมากขึ้น จนมีการผ่อนปรนเปลี่ยนแปลงการปกครอง และพระราชทานรัฐธรรมนูญ จัดตั้งรัฐสภาดูมา ( Duma )ให้กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ราบรื่น เพราะ ถูกขัดขวางจากพวกอนุรักษ์นิยม การปฏิรูปจึงไม่คืบหน้า จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น

  • ภายใต้การปกครองของราชวงศ์โรมานอฟ รัสเซียได้ใช้นโยบาย แผ่ขยายอาณาเขตปกครองออกไป ( Russianization และ  Russification ) ตลอดรัชสมัยของราชวงศ์โรมานอฟถูกขนานนามว่าเป็น Prison of Nations โดย ทั้งชนกลุ่มน้อย ชาวไร่ ชาวนา ทาสติดดิน ถูกกดขี่อย่างหนัก มีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้นอย่างรุนแรงและนำไปสู่ปฏิกิริยาต่อต้าน ราชวงศ์อยู่เนืองๆ จนนำมาสู่ การปฏิวัติ รัสเซีย โดย พรรค บอลเชวิค ซึ่งนำโดย เลนิน ในปี 1917  นำไปสู่การ โค่นล้ม ราชวงศ์โรมานอฟในที่สุด

  • ปี 1917 -1985 เกิดอภิมหาอำนาจใหม่ขึ้นในสังคมโลกคือ สหภาพโซเวียต โดยการนำของพรรคบอลเชวิค ของ เลนิน ได้จัดรูปแบบการปกครองเป็น สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ระยะเริ่มต้น เลนิน ถุกต่อต้านจาก อนุรักษ์นิยม และพวกนิยมกษัตริย์เป็นอย่างมาก



อ้างอิง >> [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]

กังวาล ทองเนตร รัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครองมหาวิทยาลัยรามคำแหง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก รศ. การุณย์ลักษณ์ พหลโยธิน คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง


ซาร์เลือกมเหสี

พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่1 แห่งรัสเซีย


เลนิน

วลาดิเมียร์ ปูติน (ซ้ายมือ )


รัสปูติน

ซาร์


วิหารบราซิล


โจเซฟ สตาลิน

ซาร์มิอิล

อีวานที่ 3

อีวานที่ 5

อีวานที่ 6

ซาร์นิโคลัสที่ 2

อิเล็กซานเดอร์ที่ 1

อเล็กซานเดอร์ที่ 2

บอริส เยลซิน

จตุรัสแดง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น